พระมหาบุญเลิศ อินฺทปญฺโญ รอง ผอ.วิทยาลัยสงฆ์ (วส.) พุทธปัญญาศรีทวารวดี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) หรือ มจร วัดไร่ขิง กล่าวว่า ตามที่ตนได้รับมอบหมายจากพระธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง เจ้าคณะภาค 14 ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารกลาง โครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ประสานงานกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) ขับเคลื่อนหมู่บ้านรักษาศีล 5 ก็ได้ทำความเข้าใจกับทีมงานของ มท. ว่า หมู่บ้านรักษาศีล 5 คือ การนำหลักศีล 5 มาช่วยทำให้คุณภาพชีวิตของชาวบ้านเกิดการอยู่เย็นเป็นสุขมากขึ้น ทั้งด้านครอบครัว สุขภาพพลานามัย ความมั่งคงด้านอาหารการกิน ด้านอื่นๆ ที่สำคัญตั้งแต่มีโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 พระสังฆาธิการ พระสงฆ์ที่เกี่ยวข้อง สามารถทำงานบริหารได้ดีมากขึ้น เพราะจะต้องทำโครงการ ต้องบริหารโครงการ ประเมินโครงการ เป็นการฝึกทักษะการบริหารให้คณะสงฆ์ไปในตัว มีการทำงานแบบภาคีเครือข่าย ที่สำคัญทำให้เกิดแนวปฏิบัติศีล 5 ชัดเจนขึ้น โดยพบข้อมูลที่น่าสนใจจากการไปเก็บข้อมูลหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พบว่าก่อนเข้าร่วมหมู่บ้านศีล 5 มีปัญหาในเรื่องศีลข้อที่ 3 กรณีปัญหาเด็กตั้งครรภ์ในวัยเรียน เฉลี่ยจะพบปีละ 8 คน พอเข้าร่วมโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 ก็มีสถิติลดลงตามลำดับจนเหลือศูนย์
พระมหาบุญเลิศ กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้ มท. ได้ร่วมสนองงานคณะสงฆ์ในโครงการหมู่บ้านรักษาศีล 5 จัดทำแผน แนวปฏิบัติ ตัวชี้วัด และกิจกรรมเพื่อใช้เป็นกลไกในระดับท้องที่และท้องถิ่น ประสานแผนบูรณาการกับคณะสงฆ์ขับเคลื่อนเพื่อสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ สันติสุข และซอฟต์พาวเวอร์ที่เกิดจากศีล 5 มี 2 ประการ คือ 1.ความดี สร้างความดีให้เกิดในชุมชน จนกลายเป็นชุมชนแห่งคนดี เช่นที่ชุมชนห้วยต้ม จ.ลำพูน เป็นต้น และ 2.ความงาม ศีล 5 จะก่อให้เกิดการรังสรรค์อันงดงามของผู้คน 7 ประเภท คือ งามสงบ งามสะอาด งามสุขภาพ งามสัมพันธ์ งามวิทยา (การเรียนรู้) งามศิลปวัฒนธรรม งามกรุณา งามอาชีพ เกิดจากผลของการที่ชุมชนใช้ศีล 5 เป็นกลไกสำคัญให้เกิดวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกัน



