สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน แถลงเปิดการประชุมข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง (บีอาร์เอฟ) ครั้งที่ 3 ณ กรุงปักกิ่ง เมื่อวันพุธ มีเนื้อหาตอนหนึ่ง ว่ารัฐบาลปักกิ่งไม่ขอเข้าไปเกี่ยวข้องกับ การเผชิญหน้าทางอุดมการณ์ การเดินหมากเกมทางภูมิศาสตร์การเมือง หรือการเผชิญหน้าระหว่างขั้วอำนาจ
ขณะเดียวกัน จีนคัดค้านการดำเนินมาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว การบีบบังคับทางเศรษฐกิจ การแบ่งขั้วหรือแบ่งแยกห่วงโซ่อุปทาน และการตัดขาดจากกัน
สีกล่าวต่อไปว่า การที่ประเทศใดประเทศหนึ่งมองพัฒนาการของอีกประเทศ “เป็นภัยคุกคาม” และการพึ่งพากันทางเศรษฐกิจ “เป็นความเสี่ยง” ไม่ได้ช่วยให้คุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศนั้นดีขึ้น หรือการพัฒนาของประเทศนั้นจะไปไกล และรวดเร็วกว่าที่เป็นอยู่
ผู้นำจีนยืนยันว่า โครงการหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง หรือ บีอาร์ไอ ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งริเริ่มขึ้นมานั้น มีเป้าประสงค์เพื่อ “สร้างแรงผลักดันใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโลก” ด้วยการยกระดับด้านนโยบายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การค้า การเงิน และการแลกเปลี่ยนระหว่างบุคคล ด้วยความเชื่อมั่นว่า ทุกความพยายามสำเร็จได้ บนความร่วมมือแบบสมประโยชน์และสานประโยชน์ทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งทิ้งท้ายว่า แม้บีอาร์ไอเริ่มต้นที่จีน แต่โอกาสและความสำเร็จเป็นการแบ่งปันให้กับทั้งโลก
ทั้งนี้ หนึ่งในผู้นำซึ่งเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ คือประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ซึ่งเป็นการเดินทางออกนอกรัสเซียมายังจีน เป็นครั้งแรกของปูติน นับตั้งแต่สงครามกับยูเครนปะทุ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2565 และการที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) หรือศาลอาญาโลก ออกหมายจับปูติน ฐานเป็นอาชญากรสงครามยูเครน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาด้วย
ขณะเดียวกัน การหารือเกิดขึ้นท่ามกลางการสู้รบอย่างดุเดือด ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส แม้สหรัฐและพันธมิตรตะวันตกแสดงจุดยืนสนับสนุนอิสราเอลอย่างชัดเจน แต่เรียกร้องจีนใช้อิทธิพลร่วมคลี่คลายสงครามครั้งนี้เช่นกัน จากการที่รัฐบาลปักกิ่งเป็นคนกลาง เจรจาจนซาอุดีอาระเบียและอิหร่าน ฟื้นฟูความสัมพันธ์กัน เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา
อนึ่ง นายหวัง อี้ รมว.การต่างประเทศจีน วิจารณ์ว่า สิ่งที่อิสราเอลกำลังปฏิบัติต่อชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา “มากเกินขอบเขตของการป้องกันตัวเอง” อิสราเอลควรรับฟังเสียงเรียกร้องจากสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และประชาคมโลก ในการยุติปฏิบัติการโจมตีต่อประชาชนในฉนวนกาซา และขอให้คู่กรณีทุกฝ่ายเจรจากันโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งส่งนายจ๋าย จวิน ทำหน้าที่ผู้แทนพิเศษในการเยือนตะวันออกกลาง.
เครดิตภาพ : AFP






