วานนี้ (7 มิ.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดคดีฟ้องร้องแบบกลุ่มครั้งใหญ่ในรัฐควิเบก ประเทศแคนาดา หลังจากที่ อาเมลี ปาแกตต์ เจ้าของรถยนต์เทสลารุ่น Model 3 ปี 2021 ต้องเผชิญกับการจ่ายค่าซ่อมระบบปั๊มทำความร้อนสูงที่ถึง 4,476.55 ดอลลาร์ หรือประมาณ 155,000 บาท เนื่องจากตัวรถหมดระยะเวลารับประกันไปแล้ว
คำฟ้องระบุว่าระบบดังกล่าวมีข้อบกพร่องที่ “แฝงอยู่” มาจากโรงงงานและไม่ได้รับการแก้ไขเชิงยั่งยืนจากทางบริษัท ซึ่งการยื่นฟ้องในครั้งนี้ อาจส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถยนต์เทสลาทุกรุ่นในแคนาดาที่ใช้ระบบทำความร้อนนี้ ไม่ว่าจะเป็น Model S, Model 3, Model X, Model Y รวมถึง Cybertruck และอาจสร้างความเสียหายให้แก่บริษัทสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 14,000 ล้านบาท)
ข้อมูลจากเอกสารยื่นฟ้องต่อศาลระบุว่า ปาแกตต์ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาในราคา 52,880 ดอลลาร์ (ราว 1.24 ล้านบาท) เมื่อเดือนธันวาคม 2563 และพบปัญหาเกี่ยวกับระบบปั๊มความร้อนมาโดยตลอด ตั้งแต่เซ็นเซอร์พัง เศษขยะอุดตันในพัดลม จนถึงขั้นต้องเคลมเปลี่ยนคอมเพรสเซอร์และท่อทางเดินน้ำยาแอร์ใหม่ทั้งหมดในช่วงที่ยังมีประกัน
ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ในขณะที่เธอกำลังเปิดระบบอุ่นรถล่วงหน้า ตัวรถกลับส่งกลิ่นสารเคมีและมีควันพวยพุ่งออกมา ซึ่งศูนย์บริการของเทสลาสรุปว่าระบบปั๊มความร้อนพังเสียหายโดยสิ้นเชิง แต่เนื่องจากรถวิ่งไปแล้วเป็นระยะทาง 158,220 กิโลเมตร ซึ่งเกินกว่าระยะประกันที่กำหนด ทางศูนย์ฯ จึงปฏิเสธการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ทำให้เธอต้องสำรองเงินจ่ายค่าซ่อมเองทั้งหมด

ทางสำนักงานกฎหมาย แปร์ริเยร์ อโวกาต์ ตัวแทนทางกฎหมายของผู้ฟ้องร้อง ชี้ว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องส่วนบุคคล แต่เป็นข้อบกพร่องเชิงโครงสร้างที่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคของรัฐควิเบก โดยโต้แย้งว่ารถยนต์ในระดับราคานี้ควรมีอายุการใช้งานของชิ้นส่วนสำคัญอย่างน้อย 10 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร ก่อนที่จะต้องซ่อมบำรุงครั้งใหญ่
นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าวยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่ เนื่องจากฤดูหนาวในรัฐควิเบก อากาศจะมีอุณหภูมิต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส การที่ระบบปั๊มความร้อนล้มเหลว จะทำให้ไม่มีระบบทำความร้อนในห้องโดยสารและระบบละลายฝ้าที่กระจกบังลมหน้า ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง
ปัญหาใหญ่อีกประการของผู้บริโภคคือ ระบบปั๊มความร้อนของเทสลาถูกออกแบบมาให้เชื่อมต่อกับระบบจัดการความร้อนของแบตเตอรี่ ส่งผลให้ค่าซ่อมแซมภายนอกศูนย์บริการมีราคาสูงมาก และมีตัวเลือกในการซ่อมน้อยกว่ารถยนต์ทั่วไป ซึ่งก่อนหน้านี้ หน่วยงานความปลอดภัยทางหลวงแห่งชาติของสหรัฐ และกระทรวงคมนาคมของแคนาดา ก็เคยสั่งเรียกคืนรถยนต์และเปิดฉากสอบสวนในประเด็นนี้มาแล้ว
อย่างไรก็ตาม รัฐควิเบกขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่ที่มีกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งหากศาลอนุมัติให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มอย่างเป็นทางการ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เทสลา อาจต้องเผชิญกับเงินชดเชยตามภาระผูกพันทางกฎหมายทั่วโลก ซึ่งอาจมีมูลค่าสูงถึง 14,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 475,000 ล้านบาท) จากคดีความอื่น ๆ เกี่ยวกับเทสลาที่ยังตกค้างอยู่จนถึงปัจจุบัน
ที่มา : thecooldown.com
เครดิตภาพ : REUTERS



