วานนี้ (7 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวที่น่าสลดใจของครอบครัวหนึ่งในประเทศเนปาลที่สูญเสียสมาชิกในบ้านไปถึง 4 คนในรอบ 12 ปีจากการทำร้ายของช้างป่าตัวเดียวกัน
ศนิชารา โบเต ชายชาวเนปาลจากครอบครัวผู้เคราะห์ร้ายเดินทางเข้าแจ้งความต่อสถานีตำรวจภูธรเขตจิตวัน ว่าลูกสะใภ้วัย 25 ปี และหลานชายวัยเพียง 4 ขวบ ถูกช้างป่าตัวหนึ่งเหยียบจนเสียชีวิตเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ที่สำคัญ ช้างป่าเพศผู้ที่ชื่อว่า “ดูร์เบ” ตัวนี้เป็นตัวเดิมที่เคยทำร้ายพ่อและแม่ของเขาจนเสียชีวิตที่ตลาดบารูวา เมืองมาดี เมื่อปี 2555
หลังจากเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งแรก ศนิชาราได้ตัดสินใจขายทรัพย์สินทั้งหมดและพาครอบครัวที่เหลืออพยพข้ามแม่น้ำรัปติมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในแถบจักกัตปุระ เพราะเชื่อว่าระยะทางที่ห่างไกลจากบ้านเดิมหลายกิโลเมตรและการมีแม่น้ำสายใหญ่กั้นจะช่วยให้ครอบครัวปลอดภัยจากสัตว์ร้าย แต่ท้ายที่สุดช้างป่าตัวเดิมก็กลับบุกมาโจมตีบ้านหลังใหม่ของเขาอีกครั้ง ทำให้เขาสูญเสียสมาชิกในบ้านไปทั้งหมด 4 ชีวิตด้วยกัน

“แต่เดิมพวกเราอาศัยอยู่ที่โดรปาตินาการ์ในเขตเมืองมาดี แต่ความหวาดกลัวต่อช้างป่าที่มีอยู่ตลอดเวลาทำให้เราต้องตัดสินใจขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มี แล้วอพยพมาอยู่ที่จักกัตปุระ พวกเราเชื่อว่าการย้ายหนีข้ามแม่น้ำสายใหญ่มาจะช่วยให้เราปลอดภัย แต่หลังจากผ่านไปหลายปี ช้างตัวเดิมตัวนี้กลับตามมาเจอเราจนได้ มันบุกเข้ามาพังบ้าน แล้วก็พรากลูกสะใภ้กับหลานชายตัวน้อยของผมไป ตอนนี้ไม่มีที่ไหนเหลือให้พวกเราหนีได้อีกแล้ว” ศนิชารากล่าว
ช้างป่าดูร์เบตัวนี้มีประวัติไล่ทำร้ายมนุษย์อย่างดุร้ายจนเป็นที่รู้จักดีในหมู่นักอนุรักษ์ โดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติจิตวันของเนปาลเปิดเผยว่า พวกเขาได้ติดตั้งปลอกคอดาวเทียมเพื่อติดตามพฤติกรรมของมันมาโดยตลอด
“พวกเราได้ใช้ปลอกคอระบบติดตามผ่านดาวเทียมเพื่อเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของช้างป่าเพศผู้ที่มีพฤติกรรมดุร้ายมากตัวนี้มาตลอด ก่อนจะเกิดเหตุสลดครั้งล่าสุดนี้ ดูร์เบได้คร่าชีวิตมนุษย์ไปแล้ว 23 ราย และจากการสูญเสียรายล่าสุดอีก 2 รายที่จักกัตปุระ ทำให้ตอนนี้ยอดผู้เสียชีวิตที่ยืนยันได้ว่าเป็นฝีมือของช้างป่าตัวนี้เพียงตัวเดียว พุ่งสูงขึ้นเป็น 25 รายแล้ว” เจ้าหน้าที่อุทยานฯ กล่าว
ด้านผู้เชี่ยวชาญระบุว่า พฤติกรรมก้าวร้าวของดูร์เบอาจเกิดจากการถูกช้างจ่าฝูงขับไล่ออกจากโขลงตามธรรมชาติ ทำให้มันต้องใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยวและมักบุกรุกเข้ามาหากินในพื้นที่ของชุมชน
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : odditycentral.com
เครดิตภาพ : wikipedia.org / Gurung pratap



