นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ได้เปิดเผย รายงาน เวิร์ก เทรนด์ อินเด็กซ์ 2026 พบว่า บุคลากรไทยตื่นตัวด้าน เอไอ มาก โดยในกลุ่มคนทำงานได้นำศักยภาพของเอไอ มาใช้เสริมอย่างแพร่หลาย ซึ่งพนักงานถึง 89% ใช้ผลลัพธ์จาก เอไอ เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการพัฒนาต่อยอดความคิดของตนเอง ส่วนกลุ่มที่ใช้งาน เอไอ ขั้นสูง มีถึง 32% ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกถึงเท่าตัว โดยในกลุ่มนี้ กว่า 86% ระบุว่า เอไอ ช่วยสร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ๆ อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
“คนทำงานไทยมีความพร้อมและเปิดรับในการนำ เอไอ มาทดลองใช้งาน ซึ่งความท้าทายสำคัญขององค์กรไทยในวันนี้ ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนให้พนักงานใช้ เอไอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานรายวันเท่านั้น แต่เป็นการนำ เอไอ มาเป็นโอกาสในการทบทวนและออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ทั้งระบบ ผู้บริหารจึงต้องมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาว่ากระบวนการใดควรได้รับการปรับเปลี่ยน พร้อมนำเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และพนักงานเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างรูปแบบการทำงานใหม่ที่ผสานศักยภาพของคนและ เอไอ เข้าด้วยกัน ซึ่งการส่งเสริมด้านมุมมองและทักษะการคิดวิเคราะห์ให้กับบุคคลากรยังเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อยกระดับจากการใช้ทำงานพื้นฐาน สู่การควบคุมและประเมินผลลัพธ์งานที่ซับซ้อนขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

นายธนวัฒน์ กล่าวต่อว่า แม้คนทำงานไทย 51% จะรับรู้ว่าผู้บริหารมีทิศทาง เอไอ ที่ชัดเจน โดยสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 26% และใกล้เคียงกับเวียดนามที่ 48% และอินโดนีเซียที่ 42% แต่มีผู้บริหารไทยเพียง 1 ใน 3 เท่านั้นที่พร้อมสนับสนุนความพยายามในการทดลองใช้ เอไอ รูปแบบใหม่ๆ ของพนักงานแม้จะยังไม่เห็นผลลัพธ์สำเร็จทันที อย่างไรก็ตามปัจจุบันรูปแบบการใช้ เอไอ ได้ก้าวข้ามจากการเป็นเพียงเครื่องมือค้นหาข้อมูล สู่การเป็นคู่คิดของคนทำงาน โดยจากสถิติการใช้งาน ไมโครซอฟท์ โคไพลอต ทั่วโลกกว่า 49% พบว่าพนักงานนำ เอไอ มาช่วยวิเคราะห์ ให้เหตุผล และช่วยตัดสินใจแล้ว โดยงานที่มีสัดส่วนการใช้สูงสุดคือการช่วยแก้ปัญหาและร่วมตัดสินใจในงานที่มีความสำคัญสูง คิดเป็น 28%
เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถก้าวข้าม Transformation Paradox และเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น Frontier Firm รายงานฉบับนี้ได้เสนอแนวทางปฏิบัติใน 3 ระดับ ได้แก่
- ระดับพนักงาน: เร่งเสริมสร้างทักษะสำคัญโดยเฉพาะการคิดวิเคราะห์เชิงวิพากษ์และการควบคุมคุณภาพงาน พร้อมสร้างความมั่นใจให้พนักงานกล้าทดลองสิ่งใหม่ๆ เพื่อเปลี่ยนวิธีทำงานในชีวิตประจำวัน เกิดเป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมจากล่างสู่บน
- ระดับผู้บริหาร: ยกระดับการสร้างแรงจูงใจ โดยเปลี่ยนกระบวนการทรานส์ฟอร์มจากการทดลองทั่วไป ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเนื้องานจริงที่พนักงานรับผิดชอบ พร้อมจัดสรรเวลาและทรัพยากรให้อย่างเพียงพอเพื่อให้พนักงานทำงานต่อยอดได้อย่างเต็มที่
- ระดับองค์กร: เรียนรู้จากการใช้งาน AI ที่เกิดขึ้นภายในองค์กร โดยสังเกตพฤติกรรมการใช้งานและความเปลี่ยนแปลงทั้งจากบุคลากร เนื้องาน และระบบงาน แล้วนำมาปรับโครงสร้างและเวิร์กโฟลว์ให้สอดรับกับแนวทางการทำงานแบบใหม่ ให้เกิดเป็น Learning System โดยยังคงยึดมั่นในพื้นฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล

ในการนำเสนอข้อมูล Work Trend Index 2026 ครั้งนี้ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ยังได้รับเกียรติจากตัวแทนผู้บริหารขององค์กรชั้นนำมาร่วมแบ่งปันมุมมองและประสบการณ์จริงในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ในองค์กร
ดร. ธีรวัฒน์ อัศวโภคี รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กลยุทธ์ AI ของ KBank เดินหน้าบน 2 แนวทางที่เสริมพลังซึ่งกันและกัน คือการกระจายพลัง AI สู่พนักงานทุกคน ผ่านเครื่องมือ AI self-service เพื่อให้ทำงานได้ชาญฉลาดยิ่งขึ้น และการขยายขีดความสามารถของ AI ระดับองค์กร ครอบคลุมการจัดการองค์ความรู้ภายใน การให้คำแนะนำอัจฉริยะ และ operational intelligence เพื่อยกระดับ ประสบการณ์ของทั้งพนักงานและลูกค้าในวงกว้าง”
ทางด้าน นายอครินทร์ ภูรีสิทธิ์ Chief People Officer บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “อนาคตของการทำงานคือคนและ AI ที่เติบโตไปด้วยกัน ที่เซ็นทรัลพัฒนา คนของเรากำลังเปลี่ยนจาก ‘คนทำ’ เป็น ‘คนคิดและคนตัดสินใจ’โดยมี AI ช่วยเสริมศักยภาพ แต่เรื่องของคน ต้องตัดสินด้วยคนเสมอ เพราะการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้เริ่มต้นที่คน และปลายทางก็อยู่ที่คน – เราจะก้าวสู่อนาคตนี้ไปด้วยกัน”
การเปลี่ยนผ่านองค์กรไทยสู่การเป็น Frontier Firm ในยุค AI จำเป็นต้องอาศัยการขับเคลื่อนในทุกระดับ เพื่อก้าวข้ามภาวะ Transformation Paradox โดยผสานศักยภาพของคนทำงาน (Human Agency) เข้ากับระบบงานที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย เพื่อเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีจากการใช้งานจริงให้กลายเป็น “Owned Intelligence” ขององค์กรอย่างแท้จริง ซึ่งไมโครซอฟท์มุ่งมั่นที่จะเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีที่เคียงข้างองค์กรไทยในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ และร่วมผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว



