สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่ากระทรวงการคลังสหรัฐออกแถลงการณ์ ขึ้นบัญชีดำสมาชิกระดับสูง 10 คนของกลุ่มฮามาส และเครือข่ายการเงินของกลุ่มฮามาส ในฉนวนกาซา กาตาร์ ตุรกี แอลจีเรีย และซูดาน
Today, Treasury imposed sanctions on ten key Hamas terrorist group members, operatives, and financial facilitators in Gaza and elsewhere as part of a continuous effort by the U.S. to root out Hamas’s sources of revenue. https://t.co/KZtF6K60id
— Treasury Department (@USTreasury) October 18, 2023
ขณะที่นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวเสริมว่า รัฐบาลวอชิงตันไม่ลังเลที่จะใช้กลไกและช่องทางทั้งหมดที่มีอยู่ เพื่อขัดขวางและตัดช่องทางกิจกรรมก่อการร้ายของกลุ่มฮามาส
Today, @USTreasury sanctioned 11 individuals, eight entities, and one vessel based in Iran, Hong Kong, the People’s Republic of China, and Venezuela for their role in enabling Iran’s destabilizing ballistic missile and unmanned aerial vehicle programs.https://t.co/5qPvlelETo
— Treasury Department (@USTreasury) October 18, 2023
นอกจากนี้ กระทรวงการคลังสหรัฐยังคว่ำบาตรบุคคล และหน่วยงานรวมกันอีก 20 รายชื่อ ซึ่งมีฐานอยู่ในจีน ฮ่องกง เวเนซุเอลา และอิหร่าน จากการให้ความสนับสนุนโครงการพัฒนาขีปนาวุธของรัฐบาลเตหะราน และอากาศยานไร้คนขับ
อนึ่ง รัฐบาลวอชิงตันเชื่อมั่นว่า อิหร่านให้ความสนับสนุนกลุ่มฮามาสทั้งในทางการเงิน และทางยุทธวิธี แต่ยอมรับว่า “ยังไม่พบหลักฐานเด่นชัด”
อีกด้านหนึ่ง นายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าว่า รัฐบาลเตหะราน “อาจแทรกแซงโดยตรง” หากกองทัพอิสราเอลเปิดฉากโจมตีภาคพื้นดินในฉนวนกาซา เนื่องจากการบรรลุข้อตกลงทางการเมืองและการทูตเกี่ยวกับฉนวนกาซา “เป็นไปได้ยากมากขึ้น”
ต่อมา นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวว่า อิหร่านและกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ “อย่าลองของ” เพราะสิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมานั้น “จะรุนแรงกว่าที่คาดคิดมาก”.
เครดิตภาพ : AFP



