สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 เม.ย. ว่า ความขัดแย้งในซูดานคร่าชีวิตผู้คนไปหลายหมื่นคน ทำให้ผู้คนกว่า 11 ล้านคนต้องพลัดถิ่น และก่อให้เกิดสิ่งที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) อธิบายว่า เป็นวิกฤติการพลัดถิ่น และความอดอยากครั้งใหญ่ที่สุดในโลก
ความขัดแย้งนี้เป็นการต่อสู้ระหว่างนายพลที่นำกองทัพ และฝ่ายกองกองกำลังเคลื่อนที่เร็วซูดาน (อาร์เอสเอฟ)
น.ส.เดนิส บราวน์ ผู้ประสานงานสหประชาชาติในซูดาน ระบุว่า สหประชาชาติพูดคุยกันอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับความโหดร้าย และความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่โลกกลับไม่รู้สึกโกรธแค้นมากพอที่จะทำอะไรสักอย่าง
The UN’s Humanitarian Coordinator for Sudan has slammed the lack of international action ahead of the third anniversary of the war on April 15.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) April 14, 2026
Fighting between Sudan’s army and the RSF has led to the world’s worst humanitarian crisis, with more than 12 million people displaced. pic.twitter.com/6Z82C5ePZN
บราวน์ยกตัวอย่างกรณีในเอล-ฟาเชอร์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของรัฐดาร์ฟูร์เหนือ และเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายของกองทัพในดาร์ฟูร์ตะวันตก โดยยูเอ็นประเมินว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6,000 คน ใน 3 วันแรกของการโจมตี แต่ไม่ทราบจำนวนผู้เสียชีวิต ผู้สูญหาย และผู้ถูกจับกุมที่แท้จริง
บราวน์กล่าวว่า ในขณะนี้ เธอกังวลเกี่ยวกับเมืองดิลลิง ในรัฐคอร์โดฟานใต้ ซึ่งกำลังถูกกองกำลังอาร์เอสเอฟโจมตีทุกวัน ขณะที่ขบวนรถของยูเอ็นไม่สามารถเข้าไปได้
บราวน์เสริมว่า การระดมทุนสำหรับความช่วยเหลือในซูดาน 2,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 93,040 ล้านบาท) ในปีนี้ ได้รับการสนับสนุนเพียง 16% เนื่องจากเงินช่วยเหลือระหว่างประเทศลดลง.
เครดิตภาพ : AFP



