เมื่อวันที่ 19 ต.ค. นางเกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) ได้รับมอบหมายจาก ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รักษาราชการตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ. ให้ร่วมพิธีเปิดงานและกล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียนที่มีผลงานเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาในโครงการกองทุนการศึกษาจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ครั้งที่ 1 (รอบชิงชนะเลิศ) ณ โรงแรมรอยัล รัตนโกสินทร์ กรุงเทพฯ โดยมีนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี กรรมการโครงการกองทุนการศึกษา เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุม พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ประธานกรรมการโครงการกองทุนการศึกษา มอบเกียรติบัตรและถ้วยรางวัล แก่ผู้ชนะการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ และ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี กรรมการและเลขาธิการโครงการกองทุนการศึกษา มอบเกียรติบัตรให้แก่นักเรียนที่มีผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์เข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในครั้งนี้ด้วย และมีผู้เข้าร่วมงาน ประกอบด้วย คณะครูและนักเรียนจากโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา ที่ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ รวม 24 โรงเรียน จำนวน 96 คน พร้อมด้วยคณะกรรมการจากโครงการกองทุนการศึกษา เจ้าหน้าที่จากมูลนิธิสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ อาสาสมัครส่วนกลาง คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะทำงานจาก สพฐ. สอศ. และผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 133 คน
สำหรับการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาในโครงการกองทุนการศึกษาจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ครั้งที่ 1 เป็นความร่วมมือของสำนักงานโครงการกองทุนการศึกษา มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนและนักศึกษาเกิดความสนใจอ่านหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น และสามารถนำความรู้พื้นฐานไปต่อยอดการศึกษาในด้านที่ตนสนใจต่อไป โดยกลุ่มเป้าหมายในการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ครั้งนี้ คือ นักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ในระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ ของโรงเรียนในโครงการกองทุนการศึกษา
ผลการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ของโรงเรียนและวิทยาลัยอาชีวศึกษาในโครงการกองทุนการศึกษาจากหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ครั้งที่ 1 มีดังนี้ โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับประถมศึกษาปีที่ 4-6 ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนบ้านห้วยหินดำ สพป.สุพรรณบุรี เขต 3 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านหุบกะพง สพป. เพชรบุรี เขต 2 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนบ้านมูโนะ สพป.นราธิวาส เขต 2 โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ประกอบด้วย รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ โรงเรียนวัดจุฬามณี (ชุณหะจันทรประชาสรรค์) สพป. พระนครศรีอยุธยา เขต 2 รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ โรงเรียนบ้านสันหีบ สพป.สุโขทัย เขต 2 และรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ โรงเรียนพิไกรวิทยา สพม.กำแพงเพชร โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง
ทั้งนี้ คณะองคมนตรีได้กล่าวให้โอวาทแก่นักเรียนและนักศึกษาที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย โดยพลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี กล่าวว่า เมื่อนักเรียนและนักศึกษาได้อ่านสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ แล้ว อยากให้นักเรียนและนักศึกษาได้ตระหนักรู้ถึงที่มาและความสำคัญของหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ด้วย ทางด้านพลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี กล่าวว่า การเรียนรู้และการทำงานในกิจการใด พึงนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 3 ห่วง (พอเพียง พอประมาณ มีเหตุผล และสร้างภูมิคุ้มกัน และ 2 เงื่อนไข (ความรู้และคุณธรรม) ไปใช้ และนายอำพน กิตติอำพน องคมนตรี กล่าวว่า การทำงานควรส่งเสริมให้นักเรียนควรมี สุตมยปัญญา (ปัญญาเกิดจากการฟังหรือจากการเล่าเรียนอ่านมา) จินตมยปัญญา (ปัญญาเกิดจากการคิด) และภาวนามยปัญญา (ปัญญาเกิดจากภาวนา คือ การลงมือปฏิบัติ)
ขณะที่นางเกศทิพย์ ศุภวานิช กล่าวว่า โครงงานวิทยาศาสตร์เป็นกิจกรรมที่กระตุ้นให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้าในสิ่งที่ตนเองสนใจอย่างเป็นระบบ ผ่านการสังเกต ตั้งสมมุติฐาน หาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้ได้รับคำตอบ และยืนยันคำตอบด้วยหลักฐาน ซึ่งการอ่านสารานุกรมไทยฯ จะเป็นประตูบานหนึ่งที่จะนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ รวมถึงแนวทางดำเนินการเพื่อการลงมือปฏิบัติในสิ่งที่ตั้งสมมติฐาน และนำไปสู่คำตอบที่นักเรียนต้องการค้นหา ดังจะเห็นได้ว่า ผลงานที่ได้มาจัดแสดงในเวทีวันนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงาน การแสวงหาความรู้ของนักเรียน และความมุ่งมั่นใส่ใจของครู ในฐานะที่เป็นผู้ชี้แนะแนวทางในการทำงานอย่างมีความรับผิดชอบให้แก่นักเรียนจนงานบรรลุวัตถุประสงค์เป็นอย่างดี
“สำหรับทุกคนที่ได้มาแข่งขันในครั้งนี้ ขอให้ใช้โอกาสนี้ในการเติมเต็มความรู้จากคนที่มีแนวคิดและจุดมุ่งหมายเดียวกัน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน เป็นประสบการณ์อันดีที่นักเรียนจะได้รับ และมีผลงานที่น่าภาคภูมิใจ ขอแสดงความยินดีกับนักเรียน และขอขอบคุณคุณครู และคณะกรรมการทุกท่าน ที่ได้ร่วมกันชี้แนะและให้คำแนะนำแก่เด็กนักเรียนจนประสบผลสำเร็จในวันนี้” รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าว



