สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.ว่าสำนักงานใหญ่ของบริษัทสตาร์บัคส์ เครือร้านกาแฟรายใหญ่ระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซีแอตเทิลของสหรัฐ ออกแถลงการณ์ แสดงความขออภัยอย่างสูงสุดและจริงใจ ไปยังครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ปราบปรามการเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองกวางจู เมื่อปี 2523 ซึ่งกองทัพเกาหลีใต้ใช้กำลังทหารและรถถังเข้าปราบปรามพลเรือน จนมีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
ทั้งนี้ มูลนิธิรำลึกเหตุการณ์ 18 พฤษภาคม ซึ่งก่อตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงโศกนาฏกรรมเหตุการณ์ที่เมืองกวางจู ยืนยันว่า ได้รับหนังสือแสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการจากสำนักงานใหญ่ของสตาร์บัคส์จริง และยอมรับว่าเป็น “แคมเปญการตลาดที่ไม่เหมาะสม” ไม่ควรเกิดขึ้น พร้อมทั้งยืนยันว่า สตาร์บัคส์ระหนักถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของการเคลื่อนไหวที่เมืองกวางจูในวันนั้น และยืนยันว่า ข้อกังวลที่องค์กรต่าง ๆ ยื่นร้องเรียนมายังสตาร์บัคส์ มีการส่งต่อให้ผู้บริหารระดับสูงพิจารณาแล้ว
ชนวนความขัดแย้งและกระแสต่อต้านอย่างหนักของชาวเกาหลีใต้ที่มีต่อสตาร์บัคส์ เป็นผลมาจากการที่สตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ ซึ่งบริหารงานโดย บริษัทในเครือชินเซกเย) จัดทำแคมเปญส่งเสริมการขายทางออนไลน์ภายใต้ชื่อ “วันรถถัง” หรือ “แทงก์ เดย์” ในวันที่ 18 พ.ค. ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์ลุกฮือที่เมืองกวางจู
Starbucks headquarters in the United States formally apologized over the controversial “Tank Day” promotion, which sparked widespread criticism for its perceived association with the May 18 Gwangju Uprising.https://t.co/wVYuICnwvV
— The Korea Times (@koreatimescokr) June 7, 2026
โปรโมชันดังกล่าวเป็นการลดราคาเซตแก้วทัมเบลอร์รุ่น “แทงก์” พร้อมทั้งใช้สโลแกนประกอบว่า “กระแทกมันลงบนโต๊ะ!” ซึ่งหลายฝ่ายออกมาวิจารณ์อย่างหนักว่า คำโฆษณาดังกล่าวตอกย้ำถึงเสียงปืนรวมถึงความรุนแรงจากน้ำมือกองทัพในเหตุการณ์กวางจู ทำให้ทางบริษัทต้องรีบถอดโปรโมชันนี้ออกภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังจากเริ่มปล่อยโฆษณา เนื่องจากทนกระแสความโกรธแค้นของสาธารณชนไม่ไหว
ผลลัพธ์จากวิกฤติครั้งนี้สร้างความเสียหายในเชิงโครงสร้างและการเงินอย่างประจักษ์ชัดเจน ชินเซกเย ปลดนายชอง ยง-จิน ออกจากตำแหน่งประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ และสั่งพักงานพนักงานทีมคิดแคมเปญโครงการนี้ทั้งหมด และต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัยและกฎหมาย หลังกลุ่มภาคประชาสังคมยื่นฟ้องดำเนินคดีฐานหมิ่นประมาท.
เครดิตภาพ : REUTERS



