วานนี้ (3 ก.ค.) สำนักข่าวในจีนรายงานกรณีของชายคนหนึ่งผู้มีความเชื่อเรื่องโชคลางจนเกือบต้องตาบอดเพราะการกระทำของตัวเอง หลังจากพยายามตบเปลือกตาขวาที่กระตุกของตัวเองซ้ำๆ เนื่องจากหวาดกลัวว่ามันจะเป็นลางบอกเหตุถึงความโชคร้าย
ความเชื่อดังกล่าวเป็นความเชื่อของจีนโบราณที่แพร่หลายซึ่งกล่าวไว้ว่า “ตากระตุกซ้ายจะนำพาความร่ำรวย ส่วนตากระตุกขวาจะนำพาภัยพิบัติ” โดยชายคนดังกล่าวซึ่งรายงานข่าวระบุเพียงชื่อสกุลว่า นายเล่อ จากเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย มีอาการเปลือกตาขวาขยับกระตุกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวัน แม้จะพยายามพักสายตาและใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบแล้ว แต่อาการก็ยังไม่ทุเลาลง
นายเล่อปักใจเชื่ออย่างแรงกล้าว่าอาการนี้คือสัญญาณแห่งลางร้าย ทำให้เขาเริ่มวิตกกังวลอย่างมาก แต่แทนที่จะไปพบแพทย์ เขากลับไปใช้วิธีค้นข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาวิธีรักษาด้วยตัวเอง และพบข้ออ้างที่ระบุว่า การตบที่เปลือกตาจะสามารถ “ขับไล่สิ่งชั่วร้ายและลางไม่ดี” ออกไปได้
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ฉางเจียงเดลี่ รายงานว่า นายเล่อลงมือตบบริเวณรอบดวงตาขวาของตัวเองติดต่อกันนานถึง 3 วัน แม้ในที่สุด อาการตากระตุกจะสงบลง แต่กลับเกิดปัญหาร้ายแรงตามมา ทัศนวิสัยในการมองเห็นของเขาหดแคบลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเขาสามารถมองเห็นได้เพียงแค่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าแบบตรงๆ เท่านั้น ขณะที่ภาพด้านข้างหรือลานสายตารอบข้างทั้งหมดนั้น หายไปโดยสิ้นเชิง
นายเล่อจึงรีบเดินทางไปโรงพยาบาลทันทีและได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งโชคดีที่แพทย์สามารถทำการผ่าตัดช่วยกู้คืนการมองเห็นของเขากลับมาได้สำเร็จ
คณะแพทย์อธิบายว่า จอประสาทตาของมนุษย์มีความหนาเฉลี่ยไม่ถึง 0.3 มิลลิเมตรเท่านั้น การทุบหรือตบลงไปอย่างรุนแรงสามารถส่งแรงกระแทกทะลุผ่านลูกตาและเข้าไปเพิ่มความเสี่ยง ทำให้จอประสาทตาเกิดการฉีกขาดได้ง่าย
อาการเปลือกตากระตุกในระยะสั้นส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความเมื่อยล้าของดวงตา การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือความเครียด ซึ่งมักจะหายไปเองหลังจากได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ แต่หากอาการกระตุกนั้นลากยาวเกินกว่าหนึ่งสัปดาห์ มีการแพร่กระจายลุกลาม หรือเริ่มส่งผลกระทบต่อแก้มและมุมปาก ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาทันที
เรื่องราวของนายเล่อกลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างดุเดือดบนโลกโซเชียลมีเดียของจีน โดยชาวเน็ตรายหนึ่งได้เข้าไปแสดงความเห็นเชิงประชดประชันว่า นายเล่อได้ทำให้คำกล่าวโบราณที่ว่าตาขวากระตุกจะนำภัยพิบัติมาให้นั้น กลายเป็นความจริงขึ้นมาด้วยมือของเขาเองแล้ว ขณะที่อีกรายเตือนสติว่า อาการตากระตุกคือสัญญาณเตือนจากร่างกาย ไม่ใช่การพยากรณ์ความซวย ดังนั้น ควรรู้จักเชื่อหลักการทางวิทยาศาสตร์มากกว่าเรื่องงมงาย
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : Generated by Gemini


