วานนี้ (3 ก.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานกระแสการขาย “ซิลิโคนเสริมอกมือสอง” ผ่านช่องทางออนไลน์ในประเทศรัสเซีย โดยพบว่ามีจำนวนการประกาศขายสินค้าดังกล่าวพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน ความนิยมในการทำศัลยกรรมเสริมอกในรัสเซียมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยศัลยแพทย์เสริมความงามหลายคนเปิดเผยว่า ยอดการผ่าตัดเสริมอกลดลงถึงร้อยละ 40 ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา 

เหตุผลที่หญิงชาวรัสเซียนำมาอ้างอิงในการขายมีตั้งแต่ “ฉันมีลูกแล้ว” “ฉันเบื่อมันแล้ว” “มันทำให้ฉันรู้สึกไม่สวย” “ฉันรู้สึกเจ็บปวดตามร่างกาย” ไปจนถึงเหตุผลตรงๆ อย่าง “ฉันแค่อยากได้เงินค่าผ่าตัดคืนมาบ้าง” ซึ่งแม้ว่าเหตุผลส่วนใหญ่จะอธิบายถึงสาเหตุที่พวกเธอตัดสินใจผ่าตัดเอาซิลิโคนออก แต่มีเพียงเหตุผลสุดท้ายเท่านั้นที่อธิบายว่าทำไมพวกเธอต้องนำมันมาเร่ขาย 

นักวิเคราะห์หลายคนจึงตั้งข้อสังเกตว่า เทรนด์ที่แปลกประหลาดนี้อาจเชื่อมโยงโดยตรงกับปัญหาทางเศรษฐกิจที่รัสเซียกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ประชาชนจำนวนมากต้องพยายามหาเงินมาจุนเจือชีพด้วยการนำทรัพย์สินมีค่าที่ยังเหลืออยู่มาขาย

สำนักข่าวบาซาบนแพลตฟอร์มเทเลแกรมรายงานว่า มีการนำซิลิโคนหน้าอกมือสองเกรดพรีเมียมมาขายต่อในราคาที่ถูกกว่าราคาจริงถึง 3-4 เท่า ตัวอย่างเช่น ซิลิโคนยี่ห้อเมนเทอร์ซึ่งเดิมมีราคาอยู่ที่ 140,000 รูเบิล (ราว 60,200 บาท) แต่นำมาขายต่อในราคาเพียง 35,000 รูเบิล (ราว 15,000 บาท) ขณะที่ยี่ห้อโมติวาซึ่งเดิมมีราคาประมาณ 200,000 รูเบิล (ราว 86,000 บาท) กลับมีราคาขายต่อเพียง 30,000 รูเบิล (ราว 12,900 บาท) เท่านั้น 

แม้ว่าราคาที่ถูกลงอย่างมหาศาลนี้จะดูน่าดึงดูดใจ แต่ในความเป็นจริงแล้ว คงไม่มีศัลยแพทย์รายใดที่ยินยอมผ่าตัดใส่ซิลิโคนมือสองเหล่านี้ให้คนไข้ เนื่องจากหลังจากที่ซิลิโคนถูกถอดออกมาจะยังคงมีสารชีวภาพจากเจ้าของเดิมฝังแน่นอยู่ และด้วยคุณสมบัติของวัสดุซิลิโคน ทำให้ไม่สามารถนำไปต้มเพื่อฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดด้วยสารฟอร์มาลินได้อย่างหมดจด

ด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จึงออกมาแจ้งเตือนอย่างเร่งด่วนว่า การนำซิลิโคนเสริมอกของบุคคลอื่นมาผ่าตัดฝังเข้าสู่ร่างกายตนเอง อาจส่งผลให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อตายขั้นรุนแรง หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากมีโอกาสสูงมากที่ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะเกิดการต่อต้านสิ่งแปลกปลอมที่มีสารชีวภาพของคนอื่นปนเปื้อนอยู่ 

แต่ถ้าหากใครอยากจะซื้อซิลิโคนมือสองเหล่านี้เก็บไว้เป็นเพียง “ของที่ระลึก” ก็สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหา

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : odditycentral.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES