สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 20 ต.ค. ว่า ดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า เอไอมีความสามารถอย่างมากสำหรับการดูแลสุขภาพ แต่มันก็มีความท้าทายเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความเป็นส่วนตัว และศักยภาพในการแก้ไขปัญหาที่มีอยู่

อนึ่ง ดับเบิลยูเอชโอเผยแพร่สิ่งพิมพ์ใหม่ที่มีรายละเอียดข้อพิจารณาด้านกฎระเบียบหลักบางประการ เกี่ยวกับเอไอเพื่อสุขภาพ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถสร้าง หรือปรับใช้คำแนะนำในการใช้งานได้ ซึ่งความพร้อมใช้งานที่เพิ่มขึ้น ของข้อมูลการดูแลสุขภาพ และความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในเทคนิคการวิเคราะห์ จะส่งผลให้เครื่องมือเอไอสามารถเปลี่ยนภาคส่วนสุขภาพได้

ดับเบิลยูเอชโอ ระบุเพิ่มเติมว่า เอไอสามารถเสริมสร้างการทดลองทางคลินิก ปรับปรุงการวินิจฉัย และการรักษาทางการแพทย์ ตลอดจนเสริมความรู้และทักษะทางการแพทย์

อย่างไรก็ตาม การนำเอไอมาใช้อย่างรวดเร็ว ซึ่งบางครั้งผู้ใช้ไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการทำงานของเทคโนโลยีนี้ อาจเป็นประโยชน์ หรือเป็นอันตรายต่อผู้ป่วย และผู้เชี่ยวชาญในวิชาชีพ

ขณะที่ นพ.เทดรอส แอดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ กล่าวเตือนถึงความท้าทาย ที่มาพร้อมกับการใช้ข้อมูลด้านสุขภาพ เนื่องจากระบบเอไอสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน ดังนั้น มันจึงจำเป็นต้องมีกรอบกฎหมายที่มั่นคง เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวและความสมบูรณ์ของข้อมูล

ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอสรุปประเด็นสำคัญ 6 ประการ ในการควบคุมเอไอเพื่อสุขภาพ เช่น การตรวจสอบข้อมูลจากภายนอก, การประเมินระบบก่อนดำเนินการเผยแพร่, การดูข้อกำหนดในการยินยอม เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ป่วย รัฐบาล และผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพ.

เครดิตภาพ : AFP