วารสาร นิวอิงแลนด์ เจอร์นัล ออฟ เมดิซีน เพิ่งเผยแพร่กรณีศึกษาของคนไข้ชายนิรนามวัย 72 ปี ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. ที่ผ่านมา โดยระบุว่า คนไข้รุ่นปู่รายนี้ เดินทางมารักษาอาการป่วยที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล เนื่องจากมีรอยผื่นสีแดงขึ้นเต็มแผ่นหลังและช่วงสะโพก

ผื่นดังกล่าวมีลักษณะคล้ายรอยแผลบวมแดง ที่ได้จากการโดนข่วนแรง ๆ นอกจากนี้ คนไข้ยังรู้สึกคันและเจ็บมากจนหลับไม่ลง

หลังจากการตรวจ ทีมแพทย์พบว่าต่อมน้ำเหลืองของคนไข้ไม่มีอาการบวม ซึ่งแสดงว่าร่างกายไม่ได้อยู่ในภาวะติดเชื้อ อีกทั้งไม่มีอาการผื่นแพ้หรือมีปัญหาโรคผิวหนังอื่น ๆ จึงได้สอบถามต่อ ถึงเรื่องอาหารที่คนไข้รับประทานช่วงก่อนหน้านี้

เมื่อคนไข้บอกว่าเมื่อ 2 วันก่อน เขารับประทานอาหารที่มีส่วนผสมของเห็ดชิตาเกะหรือเห็ดหอมลงไป แพทย์จึงสันนิษฐานได้ว่า เขาป่วยเป็นโรคผื่นผิวหนังเห็ดหอม (Shiitake dermatiti) หรืออาการผื่นผิวหนังอักเสบที่เกิดจากการบริโภคเห็ดหอมสดหรือปรุงไม่สุก ซึ่งเป็นอาการป่วยที่พบได้ยาก

ผิวหนังของผู้ป่วยที่เป็นโรค “ผื่นแพ้เห็ดหอม”

ผื่นผิวหนังดังกล่าว เกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายเพื่อต่อต้านพิษของสารเลนติแนนในเห็ดหอม ซึ่งปกติจะสลายตัวไปเมื่อโดนความร้อนสูงราว 150 องศาเซลเซียสขึ้นไป 

ลักษณะของผื่นแดงของโรคนี้อาจดูน่ากลัว แต่สามารถหายไปได้เอง อย่างไรก็ตาม คนไข้สามารถใช้ยาแก้แพ้หรือยาทาเพื่อบรรเทาอาการได้ ซึ่งคนไข้ในกรณีนี้ ได้รับยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์สำหรับทาผิวหนังบริเวณที่มีผื่นขึ้น และยาแก้แพ้แบบรับประทาน 

ผลจากการติดตามอาการหลังจาก 2 สัปดาห์ผ่านไป ปรากฏว่าผื่นแพ้ได้หายไปหมด แต่ยังคงมีรอยดำบนผิวหนังบางจุด นอกจากนี้ แพทย์ยังแนะนำให้คนไข้สูงอายุรายนี้ว่า ควรระวังการปรุงอาหารที่มีเห็ดหอม โดยต้องทำให้สุกจริง ๆ ก่อนรับประทาน

อนึ่ง เห็ดหอมไม่เพียงเป็นวัตถุดิบยอดนิยมสำหรับเมนูอาหารของจีนและญี่ปุ่น แต่ยังเป็นเห็ดสายพันธุ์ที่มีการบริโภคมากเป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย

ที่มา : insider.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES, nejm.org