น.ส.เฮเซเลีย มาร์กาเรต้า ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะด้านนโยบายเศรษฐกิจจาก เมตา ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เปิดเผยว่า ปัญหาภัยลวงบนโลกออนไลน์ (สแกม) เป็นประเด็นที่มีความท้ายท้าย และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ซับซ้อน มีเงินทุนสนับสนุนอย่างเป็นระบบและทำเป็นรูปแบบกระบวนการ และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่แพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งเท่านั้น โดยสแกมเมอร์มักมีการดำเนินการจากหลากหลายแหล่งในพื้นที่สาธารณะออนไลน์ต่าง ๆ และปฏิบัติการนอกแพลตฟอร์ม หรือออฟไลน์ด้วย จึงต้องมีการพัฒนา และปรับปรุงเทคนิคต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อรับมือกับพฤติกรรมบนโลกออนไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
“เมตาไม่อนุญาตให้มีการหลอกลวงบนแพลตฟอร์ม และมุ่งมั่นในการรักษาความปลอดภัย ในการให้บริการ รวมถึงพัฒนาเครื่องมือและโซลูชั่นต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ใช้ปลอดภัยจากปัญหา บัญชีปลอมและพฤติกรรมที่ไม่ประสงค์ดีต่าง ๆ โดย ไตรมาสที่ 2 ปี 66 เมตา ได้ลบบัญชีปลอม ออกกว่า 676 ล้านบัญชีทั่วโลกบนเฟซบุ๊ก โดย 98.8% ถูกตรวจพบและลบออกไป ด้วยเทคโนโลยีเอไอ ก่อนที่จะมีการรายงานเข้ามาจากผู้ใช้ และในเดือน ธ.ค.65 ยังได้ลบเนื้อหาที่เป็นภัย หลอกลวงเป็นจำนวน 1.1 พันล้านชิ้น โดย 95.3% ตรวจจับโดยเอไอและยังดำเนินการกับปัญหาการปลอมแปลงตัวตน เป็นผู้อื่น ทั้งในเชิงธุรกิจและโฆษณาต่าง ๆ”
น.ส.เฮเซเลีย กล่าวต่อว่า สำหรับเรื่องเพจปลอมที่มีการซื้อโฆษณาเพื่อใช้หลอกลวงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน และมิจฉาชีพ ก็พยายามหาช่องทางต่าง เพื่อให้รอดจากการตรวจจับ จากเอไอ ซึ่งก็มีการให้บุคคลในการตรวจคัดกรองด้วย ซึ่งหากผู้ใช้งานพบเพจหลอกลวง ก็สามารถรายงานเข้ามายังเฟซบุ๊คเพื่อตรวจสอบและระงับบัญชีได้โดยเร็ว
ด้าน น.ส.อิง ศิริกุลบดี ผู้จัดการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำเฟซบุ๊ก ประเทศไทย จาก เมตา กล่าวว่า ได้บูรณาการความร่วมมือกับพันธมิตร เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับธุรกิจและผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์ม หากพบว่าบัญชีใด มีแนวโน้มเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการหลอกลวง เจ้าของบัญชีดังกล่าวจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อแสดงให้เห็นว่า ไม่ได้ใช้งานบัญชีปลอมหรือนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับตนเองที่ไม่เป็นความจริง หากเจ้าของบัญชีไม่สามารถยืนยันตัวตนได้ ตามที่กำหนด หรือหากบุคลากรผู้ตรวจสอบพบว่ามีการละเมิดกฎ และนโยบายต่าง ๆ บัญชีดังกล่าวก็จะถูกลบ



