สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโมซุล ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า นายปาสคาล บัตเตอร์ลิน ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีตะวันออกกลาง จากมหาวิทยาลัยปารีสที่ 1 แพนธีออน-ซอร์บอนน์ และผู้นำการขุดค้น กล่าวว่า มีเพียงศีรษะของรูปปั้นเท่านั้นที่หายไป ซึ่งมันอยู่ในคอลเลกชั่นของพิพิธภัณฑ์อิรัก ที่กรุงแบกแดดแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ศุลกากร ยึดมาจากกลุ่มลักลอบขนของเถื่อน เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990
“ผมไม่เคยขุดพบอะไรที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพราะปกติแล้ว การค้นพบประติมากรรมชิ้นใหญ่แบบนี้จะเกิดขึ้นในอียิปต์ หรือกัมพูชาเท่านั้น” บัตเตอร์ลิน กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปปั้นดังกล่าวถูกสร้าง โดยได้รับความใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก
#Iraq Dig Unearths 2,700-Year-Old Winged Sculpture Largely Intacthttps://t.co/wovwPXAfFa
— Asharq Al-Awsat English (@aawsat_eng) October 25, 2023
ทั้งนี้ รูปปั้นดังกล่าวอยู่ที่ทางเข้าของเมืองโบราณ “คอร์ซาบัด” ซึ่งตั้งอยู่ห่างเมืองโมซุล ไปทางเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร โดยประติมากรรมชิ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงรูปร่างของ “ลามัสซู” เทพเจ้าของชาวอัสซีเรีย ที่มีศีรษะเป็นมนุษย์ มีร่างกายเป็นวัว และมีปีกของนก
บัตเตอร์ลินกล่าวเพิ่มเติมว่า รูปปั้นนี้มีน้ำหนัก 18 ตัน และมีความกว้างและความยาวประมาณ 3.8 เมตร และ 3.9 เมตร ตามลำดับ ซึ่งมันถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าซาร์กอนที่ 2 ผู้ปกครองเมืองคอร์ซาบัด ระหว่าง 722-705 ปีก่อนคริสตกาล และถูกตั้งไว้ที่ประตูเมือง โดยมีจุดประสงค์เพื่อการป้องกันเมือง.
เครดิตภาพ : AFP





