สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองโมซุล ประเทศอิรัก เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ว่า นายปาสคาล บัตเตอร์ลิน ศาสตราจารย์ด้านโบราณคดีตะวันออกกลาง จากมหาวิทยาลัยปารีสที่ 1 แพนธีออน-ซอร์บอนน์ และผู้นำการขุดค้น กล่าวว่า มีเพียงศีรษะของรูปปั้นเท่านั้นที่หายไป ซึ่งมันอยู่ในคอลเลกชั่นของพิพิธภัณฑ์อิรัก ที่กรุงแบกแดดแล้ว หลังเจ้าหน้าที่ศุลกากร ยึดมาจากกลุ่มลักลอบขนของเถื่อน เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1990

“ผมไม่เคยขุดพบอะไรที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อนในชีวิต เพราะปกติแล้ว การค้นพบประติมากรรมชิ้นใหญ่แบบนี้จะเกิดขึ้นในอียิปต์ หรือกัมพูชาเท่านั้น” บัตเตอร์ลิน กล่าวเพิ่มเติมว่า รูปปั้นดังกล่าวถูกสร้าง โดยได้รับความใส่ใจในรายละเอียดอย่างมาก

ทั้งนี้ รูปปั้นดังกล่าวอยู่ที่ทางเข้าของเมืองโบราณ “คอร์ซาบัด” ซึ่งตั้งอยู่ห่างเมืองโมซุล ไปทางเหนือประมาณ 15 กิโลเมตร โดยประติมากรรมชิ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงรูปร่างของ “ลามัสซู” เทพเจ้าของชาวอัสซีเรีย ที่มีศีรษะเป็นมนุษย์ มีร่างกายเป็นวัว และมีปีกของนก

บัตเตอร์ลินกล่าวเพิ่มเติมว่า รูปปั้นนี้มีน้ำหนัก 18 ตัน และมีความกว้างและความยาวประมาณ 3.8 เมตร และ 3.9 เมตร ตามลำดับ ซึ่งมันถูกสร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าซาร์กอนที่ 2 ผู้ปกครองเมืองคอร์ซาบัด ระหว่าง 722-705 ปีก่อนคริสตกาล และถูกตั้งไว้ที่ประตูเมือง โดยมีจุดประสงค์เพื่อการป้องกันเมือง.

เครดิตภาพ : AFP