สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ว่า สมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) จัดการอภิปรายทั่วไป เกี่ยวกับสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา

นายไอย์มาน ซาฟาดี รมว.การต่างประเทศจอร์แดน แถลงในนามสมาชิกอาหรับ 22 ประเทศ ว่าอิสราเอลกำลังทำให้ฉนวนกาซา “เป็นนรกบนดิน” สงครามที่เกิดขึ้นจะสร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับประชาชนในพื้นที่ไปอีกหลายชั่วอายุคน พร้อมทั้งย้ำว่า “สิทธิในการป้องกันตัวเองไม่ได้หมายความว่า จะมีสิทธิเข่นฆ่าตามอำเภอใจ”
#BREAKING Iran's Foreign Minister @Amirabdolahian, in his speech at the UN General Assembly, warned the United States that "you won't be spared from the fire of the war in region" if the Gaza war does not stop.
— Iran International English (@IranIntl_En) October 26, 2023
"I say it frankly to American statesmen: We don't welcome the… pic.twitter.com/Q1IsSu4tao
ขณะที่นายฮอสเซ็น เอเมียร์-อับโดลลาเฮียน รมว.การต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า รัฐบาลเตหะรานและทุกประเทศในโลกอาหรับ ไม่ประสงค์ให้สงครามลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วทั้งภูมิภาค แต่หากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ต่อประชาชนในฉนวนกาซายังคงดำเนินต่อไป “สหรัฐจะไม่ได้รับการยกเว้นจากไฟสงครามเช่นกัน”

ด้านนายริยาด มานซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า 80% ของชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา สูญเสียสมาชิกในครอบครัวไม่น้อยกว่า 10 คน ทว่าเป็นเรื่องน่าแปลก ที่นานาประเทศแสดงความเห็นอกเห็นใจต่อการเสียชีวิตของชาวอิสราเอลมากกว่า 1,000 ราย “แต่กลับไม่มีความรู้สึกแบบเดียวกัน” กับความสูญเสียของประชาชนในฉนวนกาซา

ส่วนนายกิลาด เออร์ดาน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น กล่าวว่า สงครามครั้งนี้ไม่ใช่ระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ แต่คือการต่อสู้ระหว่างอิสราเอลกับ “องค์กรก่อการร้ายฮามาส” กลุ่มฮามาสไม่เคยให้ความสำคัญกับความเป็นอยู่ของชาวปาเลสไตน์ในพื้นที่ เพราะมีเป้าหมายเพียงแค่ “ทำลายล้างอิสราเอลเท่านั้น”
อีกด้านหนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) จอร์แดน บาห์เรน กาตาร์ โอมาน คูเวต อียิปต์ และโมร็อกโก ออกแถลงการณ์ร่วมกัน ประณามการโจมตีพลเรือนและการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา.
เครดิตภาพ : AFP



