เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ดร.วรัท พฤกษาทวีกุล หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) รักษาราชการรองปลัด ศธ. กล่าวเปิดโครงการพัฒนาโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการและกรอบอัตรากำลังของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ พร้อมทั้งบรรยายพิเศษ หัวข้อ “ทิศทางการพัฒนาโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อรองรับการขับเคลื่อนภารกิจตามยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต” ที่ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น ตอนหนึ่ง ว่า การประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ได้พลิกโฉมการเรียนรู้เข้าสู่ระบบนิเวศในมิติใหม่ มิได้มุ่งเน้นการเรียนรู้ เพื่อตามวุฒิตามระดับแต่เพียงอย่างเดียว แต่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง นอกจากนี้ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ยังกำหนดเจตนารมณ์ไว้ชัดเจนว่า ในการส่งเสริมการเรียนรู้จะต้องสร้างความร่วมมือระหว่างกรมกับส่วนราชการอื่น ในการส่งเสริมการเรียนรู้ การถ่ายทอด ประสบการณ์ความรู้ หรือภูมิปัญญาให้แก่ผู้เรียนหรือประชาชนด้วย ดังนั้น ปัจจัยสำคัญที่จำเป็นต้องดำเนินการ คือ การออกแบบบ้านและการตกแต่งบ้านของท่านทั้งหลายใหม่ให้มีโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ ขอบเขตหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ รวมถึงกรอบอัตรากำลังที่สอดรับกับบทบาท ภารกิจ หน้าที่ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 หวังว่าวันนี้จะเป็นก้าวแรกที่เราจะร่วมสร้างบ้านของเราให้แข็งแรงไปพร้อมกัน

ดร.วรัท กล่าวต่อไปว่า จากการประกาศใช้ พ.ร.บ.ส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ทำให้กรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) มีฐานะเป็นนิติบุคคลเป็นกรมใน ศธ. ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน อยู่ในบังคับบัญชาของปลัด ศธ. ดังนั้น สกร. จึงต้องเตรียมความพร้อมรองรับการบังคับใช้ของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ และการจัดตั้ง สกร. โดยมีมูลนิธิพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ โดยสถาบันที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในราชการ หรือ สปร. เป็นที่ปรึกษาโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์ เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ กำหนดขอบเขตหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ และวางแผนอัตรากำลังของข้าราชการพลเรือนสามัญ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการ และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สกร. ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ตั้งแต่ พ.ศ. 2567-2569 ที่สอดรับกับบทบาท ภารกิจ หน้าที่ และอำนาจสอดคล้องตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้ ดังนั้นการประชุมครั้งนี้ จะทำให้เกิดการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย ในการจัดโครงสร้างและกำหนดกรอบอัตรากำลังของ สกร. ที่ชัดเจน