นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงปัญหาเรือล่มซากเรือและสิ่งรุกล้ำลำน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ และแนวทางบริหารจัดการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อป้องกันอุทกภัยในพื้นที่เทศบาลนครรังสิต และเทศบาลเมืองคลองหลวง ว่า กรมชลประทานร่วมมือกับเทศบาลนครรังสิต กู้ซากเรือในคลองรังสิตจำนวน 5 ลำ ยังเหลืออีก 1 ลำ ที่จะกู้ไปอยู่ในพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีที่บริเวณเบึงยี่โถ และธัญบุรี ที่ยังเหลือซากเรืออีก 4 ลำ ซึ่งกรมชลประทานอยู่ระหว่างการติดต่อกับ อปท.

ส่วนแผนงานในการให้คลองรังสิตเป็นคลองสายหลักในการระบายน้ำ ช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งทางกรมชลประทานมีการบรรจุแผนขุดลอกคูคลอง และทำกำแพงแนวตั้งเพื่อเพิ่มการบรรจุน้ำ ในปีงบประมาณ 2570 โดยตั้งของบไว้ 198 ล้านบาท และได้ทำงบประมาณผูกพันถึงปี 2571 โดยตั้งของบไว้ 792 ล้านบาท เพื่อทำตลอดคลองรังสิตประมาณ 30 กม. สำหรับเรื่องการบูรณาการกับหน่วยงานต่างๆในการรับมือน้ำท่วม โดยสถานีสูบน้ำในคลองรังสิตมีอยู่ 7 แห่ง ทางกรมชลประทานมีการเตรียมรับมือไว้เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตามถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝัน ทางกรมชลประทานได้ร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ เช่น อบจ.ปทุมธานี เทศบาลนครรังสิต เทศบาลเมืองคลองหลวง อปท.อื่นๆ ในการรับมือป้องกันน้ำท่วม

ทั้งนี้มีการพยากรณ์ปริมาณน้ำจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) โดยติดตั้งเครื่องมือวัดมาตรน้ำต่างๆในคลอง  รวมถึง ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะเป็นผู้กำกับดูแลกระทรวงเกษตรฯ ได้นำงานวิจัย เทคโนโลยี เครื่องมือต่างๆ มาบูรณาการสร้างประโยชน์กับประชาชน

ส่วนภายหลังเกิดเหตุภัยพิบัติกระทรวงเกษตรฯ ได้ประสานอย่างต่อเนื่องกับทางกระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเป็นอย่างดี