เมื่อวันที่ 5 ก.ค. นายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้าคดีการหลอกลวงให้ลงทุนซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ หรือฟอเร็กซ์ ว่า คณะกรรมาธิการการเงินฯ เปิดให้ให้ผู้ร้องเรียนเข้าชี้แจงต่อ กมธ.โดยตรง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หลังจากที่ไม่เคยได้รับโอกาสที่จะมาชี้แจงเช่นนี้ โดยพบช่องว่างทางกฎหมายที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงประชาชนให้มาลงทุน ทั้งที่ธปท.ยืนยันว่าไม่เคยออกใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิจฟอเร็กซ์ในประเทศไทยแก่บุคคลทั่วไป ยกเว้นเพียงการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งหลังจากนี้ ตำรวจ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ปปง.จะติดตามยึดทรัพย์คืน
นายจุติ กล่าวอีกว่า สิ่งที่น่ากังวลและเป็นจุดอ่อนร้ายแรงของประเทศไทยคือ เรื่องบทลงโทษและการบังคับใช้กฎหมาย โดยพบว่ากฎหมายที่ควบคุมเรื่องฟอเร็กซ์ ในปัจจุบันเป็นกฎหมายเก่าตั้งแต่ปีพ.ศ.2485 มีโทษปรับเพียง 2,500 บาท และมีโทษจำคุกแค่ 2 ปี ทำให้ผู้กระทำผิดไม่เกรงกลัว ยอมเสียค่าปรับและคาดหวังว่าจะได้รับการรอลงอาญาเท่านั้น ขณะเดียวกัน กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินก็มีอัตราโทษจำคุกเพียง 1 ปี ซึ่งต่ำกว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ที่มีโทษจำคุกสูงถึง 5 ปี ทั้งที่เป็นคดีที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง
“นี่คือจุดอ่อนของประเทศไทย ว่ากฎหมายดีแต่คนบังคับใช้กฎหมายยังมีความบกพร่อง พฤติกรรมของโจรยังหลีกเลี่ยงการสอบสวนจับกลุ่มของเจ้าหน้าที่รัฐอยู่ ต่อไปนี้เราต้องทำให้เห็นว่าคนทำผิดต้องติดคุกจริง รัฐบาลชุดนี้มีความมุ่งมั่นที่จะปราบปรามสแกมเมอร์ ขจัดขบวนการฟอกเงิน และส่งสัญญาณที่รุนแรงไปยังนักลงทุนต่างชาติว่าประเทศไทยจะไม่เป็นเมืองหลวงของธุรกิจสีเทาอีกต่อไป ตลาดทุนไทยต้องโปร่งใสและปลอดภัย”นายจุติ กล่าว
ประธานกมธ.การเงินฯ กล่าวอีกว่า เพื่อความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา คณะกรรมาธิการฯ จะไม่รอขั้นตอนปกติ โดยสส.จะเป็นผู้เสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรด้วยตัวเอง หลังจาก ธปท.ให้ข้อมูลและสรุปจุดอ่อนของกฎหมายฉบับปี 2485 มาให้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินได้ขอความร่วมมือผู้ปฏิบัติงาน ให้ลดระยะเวลาการออกกฎระเบียบรองรับ จากเดิม 240 วัน ให้ลดเหลือเพียง 120 วัน เพราะไทยกำลังจะถูกประเมินด้านการปราบปรามการฟอกเงินในวันที่ 30 มิ.ย.2570 ทั้งเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย และการออกกฎหมายใหม่เพื่อปิดช่องโหว่สำหรับผู้ที่มีพฤติกรรมไม่สุจริต.



