เพราะเกิดช่องว่างระหว่างขุมกำลังหลักอย่าง “2 น. และ 1 พ.” ไม่ว่าจะเป็นประเด็นความขัดแย้งในการจัดการมาเฟียที่ จ.ภูเก็ต ซึ่งถูกมองว่าเป็นการปะทะกันเองระหว่างลูกน้องของ “น. หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กับเด็กในสังกัดของ “เสี่ย น.” เนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคภูมิใจไทย 

รวมถึงกรณีการโกงสอบท้องถิ่นที่ถูกโยงว่ามีคนใน “ระบอบสีน้ำเงิน” เข้าไปเกี่ยวข้อง และกรณีที่นายกฯดึงงานในสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ( EEC) ของ “พ.พิพัฒน์” รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม ไปคุมเองนั้น

  เรื่องดังกล่าวได้รับการปฏิเสธจาก “นายกฯหนู” อย่างชัดเจน ยืนยันว่า 2 .” ไม่มีความขัดแย้งใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมกล่าวติดตลกว่า “สมัยก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น เนทิน กับ อนุวิน อยู่แล้ว อย่าไปใส่ใจเรื่องไม่เป็นเรื่อง”

เช่นเดียวกับ “ไชยชนก ชิดชอบ” เลขาธิการพรรค และ “พิพัฒน์” ที่ออกมาสยบข่าวลือ และยืนยันตรงกันว่าทุกคนยังคงมีความรัก ความผูกพัน และเต็มไปด้วยความสามัคคี

โดย “น.หนู” รับหน้าที่บริหารประเทศและเชื่อมโยงกับชนชั้นสูงและกองทัพ ส่วน “น.เนวิน” ในฐานะครูใหญ่รับหน้าที่วางยุทธศาสตร์คุมบ้านใหญ่และข้าราชการบางส่วน และ “พ. พิพัฒน์” เป็นเสาหลักดูแลพื้นที่ภาคใต้ และฐานเสียง สส. ในสังกัด

ด้วยบทเรียนความแตกแยกของ “ระบอบ 3 .” และความขัดแย้งของ 2 ลุง” ทำให้ 2 . 1 .” เลือกที่จะไม่เดินซ้ำรอยการแย่งชิงอำนาจจนเกิดการแตกหัก แต่เลือกประนีประนอม และประคับประคองอำนาจไปร่วมกันมากกว่า โดยเฉพาะในห้วงเวลานี้ที่ “อนุทิน” ถือเป็นนายกฯที่มีความเหมาะสมที่สุด และเป็นไปตามกลไกของรัฐธรรมนูญ ดังนั้นบาดแผลและความขัดแย้งที่เกิดขึ้น มีความเป็นไปได้ว่ามาจากกลุ่มลูกน้อง หรือข้าราชการมากกว่า

โดยโฟกัสหลักของสงครามตัวแทนในขณะนี้คือการต่อสู้ระหว่าง “ปลัดป๊อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ที่มีอายุราชการยาวถึงปี 2574 และได้รับการปกป้องจากนายกฯอย่างเต็มกำลัง กับ “อธิบดีพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ที่เติบโตมาจากบุรีรัมย์ และถูกมองว่าเป็นคนของครูใหญ่ ท่ามกลางกระแสผลักดันให้ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของกระทรวงคลองหลอดก่อนเกษียณในปี 2570

ตลอดช่วงที่ผ่านมาเกิดปฏิบัติการเขย่าเก้าอี้ และตอบโต้กันอย่างดุเดือด ทั้งเรื่องการฟ้องร้อง การโยกย้ายไม่เป็นธรรม ปัญหาความขัดแย้งที่จังหวัดภูเก็ต ไลน์หลุดของปลัดจังหวัด และคดีโกงสอบที่พาดพิงถึงบิ๊กมหาดไทย

แต่การต่อสู้ดังกล่าวก็ยังไม่สามารถสั่นคลอน “ปลัดป๊อบ” ได้ แต่ผลที่เกิดขึ้นกับขยายวงกว้างไปถึงความขัดแย้งของผู้ใหญ่ และกระทบไปถึงเสถียรภาพรัฐบาล  

ด้วยเหตุนี้ ทั้งคู่จึงต้องพักรบกันชั่วคราว เพื่อรักษาบาดแผล ดังภาพที่ปรากฏจากการลงพื้นที่จังหวัดนราธิวาสร่วมกันหลังเกิดเหตุระเบิดเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา

ดังนั้นการพักรบครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงพักแค้นหรือสยบศึกจึงต้องจับตาดูจะมีใครสะดุดขาตัวเองแบบโจ่งแจ้ง ผ่านปมร้อนต่างๆ และข้อกฎหมายหลังจากนี้หรือไม่ หรือหากมีสถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเกมการเขย่าเก้าอี้จะกลับมาปะทุขึ้นอีกครั้ง และฝ่ายที่เพลี่ยงพล้ำก็มีสิทธิ์ร่วงโดยผู้ใหญ่ที่ถือหางไม่สามารถอุ้มหรือดันได้อีกต่อไป.