ปรากฏการณ์หักปากกาเซียนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครครั้งนี้ กลายเป็นประเด็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ที่สั่นสะเทือนคอการเมืองอย่างมาก เมื่อผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการชี้ชัดว่า นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครอิสระหมายเลข 14 สามารถโชว์ฟอร์มร้อนแรงพุ่งทะยานขึ้นมารั้งอันดับ 2 ได้สำเร็จ ทิ้งห่างทั้งนายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ตัวเต็งจากพรรคประชาชน และนายอนุชา บูรพชัยศรี จากพรรคประชาธิปัตย์แบบหลุดลุ่ย ชนิดที่ค่ายใหญ่ทั้งสองพรรคต้องกลับไปทำการบ้านกันยกใหญ่

เมื่อมองยิบไปที่ความผิดพลาดของพรรคประชาชน หรือค่ายสีส้ม จุดตายสำคัญในรอบนี้คือกลยุทธ์ที่พรรคส่งผู้สมัครหน้าใหม่อย่าง ดร.โจ ชัยวัฒน์ เข้าประกวด ซึ่งแม้ว่าจะมีโปรไฟล์หรูและมีความรู้ความสามารถระดับดีเยี่ยม แต่ในแง่ของแบรนด์ตัวบุคคลกลับยังไม่สามารถเจาะกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งในวงกว้างได้ดีพอ ประกอบกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่เป็นฐานเสียงหลักของพรรคมีสถิติการออกมาใช้สิทธิที่ค่อนข้างบางตาเมื่อเทียบกับกลุ่มคนรุ่นใหญ่ ยิ่งไปกว่านั้น แฟนคลับสายส้มในเมืองกรุงจำนวนมากเกิดอาการรักพี่เสียดายน้อง สุดท้ายตัดสินใจเทคะแนนย้ายฝั่งไปเลือกนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แชมป์เก่าที่มีความชัวร์ในการบริหารงานมากกว่า ส่งผลให้คะแนนสะสมของพรรคประชาชนถูกดูดหายไปอย่างน่าใจหาย

ขณะเดียวกัน อดีตพรรคขวัญใจคนเมืองหลวงอย่างพรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคงติดหล่มวิกฤติศรัทธาและกู้กระแสความนิยมไม่ขึ้น แม้จะพยายามส่งนายอนุชา บูรพชัยศรี ชูนโยบายภาพจำสุดหรูอย่างแผนพัฒนาเมืองฟ้าอมร แต่กลับไม่สามารถสร้างแรงอิมแพคหรือเกิดกระแสไวรัลในโลกโซเชียลได้มากพอที่จะดึงดูดใจคนกรุง ยิ่งไปกว่านั้น ฐานเสียงอนุรักษนิยมดั้งเดิมของพรรคประชาธิปัตย์ที่รู้สึกเบื่อหน่ายกับพรรคการเมืองรูปแบบเดิมๆ หรือไม่ต้องการเลือกพรรคส้ม ต่างพากันเทคะแนนหลั่งไหลไปให้กับอดีตลูกหม้อเก่าอย่าง ดร.มัลลิกา แทน เนื่องจากมีภาพลักษณ์ที่ดุดัน กล้าชน และตอบโจทย์ในการเป็นมวยถูกคู่ในการคานอำนาจมากกว่า

ในทางกลับกัน ความสำเร็จของ ดร.มัลลิกา ที่เบียดขึ้นมารองแชมป์ได้อย่างสง่างามนั้น เกิดจากการวางหมากหาเสียงที่ชาญฉลาด เจ้าตัวชูโรงความเป็นผู้สมัครอิสระสายลุยที่เข้าถึงง่าย ควบคู่ไปกับการทำคอนเทนต์ดาวติ๊กต็อกและแคมเปญมนุษย์ AI ที่จับต้องได้ในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและคนทำงานยุคใหม่ อีกทั้งเธอยังกลายเป็นศูนย์รวมคะแนนของกลุ่มพลังเงียบและฝ่ายอนุรักษนิยมในกรุงเทพฯ ที่ต้องการทางเลือกใหม่ที่สดใหม่และชัดเจน

ปรากฏการณ์นี้จึงสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า สนามท้องถิ่นเมืองกรุงในปัจจุบัน กระแสพรรคการเมืองใหญ่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะการันตีชัยชนะได้อีกต่อไป หากตัวบุคคลและรูปแบบการเข้าถึงมหาชนยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของคนเมืองหลวง