สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า สมัชชาสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) มีมติในการประชุมเมื่อวันศุกร์ ด้วยเสียงข้างมาก 120 เสียง รับรองมติว่าด้วย “การหยุดยิงทางมนุษยธรรม” ระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งทำสงครามกันอย่างดุเดือดตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา และเพื่อปกป้องพลเรือนในฉนวนกาซา


อย่างไรก็ตาม มี 14 ประเทศคัดค้าน ได้แก่ สหรัฐ อิสราเอล ออสเตรีย โครเอเชีย สาธารณรัฐเช็ก ฟิจิ กัวเตมาลา ฮังการี หมู่เกาะมาร์แชลล์ ไมโครนีเซีย นาอูรู ปาปัวนิวกินี ปารากวัย และตองกา ขณะที่อีก 45 ประเทศงดออกเสียง และมี 14 ประเทศไม่เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้


ส่วนการออกเสียงของสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) นั้น 8 ประเทศ สนับสนุนมติ ฟิลิปปินส์งดออกเสียง และกัมพูชาไม่เข้าร่วมการลงมติ


แม้มติของยูเอ็นจีเอไม่มีผลผูกพันในทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ในทางการทูตถือเป็น “มาตรวัดความคิดเห็นของประชาคมโลก” โดยเนื้อหาตอนหนึ่งระบุเกี่ยวกับ การจัดหาอาหาร น้ำสะอาด ยารักษาโรค และเชื้อเพลิง เข้าสู่ฉนวนกาซา “ทันที” และประณาม “การใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ” ที่มีต่อชาวปาเลสไตน์และชาวอิสราเอล


อย่างไรก็ตาม นายอีไล โคเฮน รมว.การต่างประเทศอิสราเอล วิจารณ์มติดังกล่าวอย่างหนักว่า “น่ารังเกียจ” เนื่องจากไม่มีการกล่าวถึง และประณามกลุ่มฮามาส ด้านกลุ่มฮามาสออกแถลงการณ์ยกย่องมติของยูเอ็นจีเอ และเรียกร้องอิสราเอลปฏิบัติตาม.

เครดิตภาพ : AFP