จากกรณีหลังรัฐบาลจุดพลุ “โครงการแลนด์บริดจ์” (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง ขึ้นมาอีกรอบ ซึ่งเป็นโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท ที่ถูกผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน ปัจจุบันมีทั้งคนต้าน และคนสนับสนุน เป็นที่จับตาต่อไป แลนด์บริดจ์ จะเกิดขึ้นจริงได้หรือไม่ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้
อ่านข่าวต่อ : ‘เอกนัฏ’จ่อปั้นแลนด์บริดจ์ศูนย์กลางน้ำมัน สร้างถังใหญ่เก็บ รับวิกฤติ ดึงต่างชาติซื้อ-ขาย

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์” อาจารย์ประจำภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่าหากสร้างแลนด์บริดจ์ ปะการังที่เกาะพยามได้รับผลกระทบมากที่สุด รองลงมาคือเกาะค้างคาว ลั่น เราก็ต้องปกป้องแนวปะการังสมบูรณ์ไว้ให้ดีที่สุด

โดย ดร.ธรณ์ อธิบายว่า “หากท่าเรือแลนด์บริดจ์สร้าง ปะการังที่ไหนได้รับผลกระทบมากที่สุด นำมาให้เพื่อนธรณ์ดูครับ ข้อมูลมี 2 ส่วน จุดที่พบปะการังและสถานภาพ แผนที่การแพร่กระจายตะกอน ทั้งหมดนี้นำมาจาก EHIA ผมแค่นำสองแผนที่มารวมเป็นหนึ่งเพื่อดูได้ง่าย ปะการังใน EHIA ก็อ้างอิงมาจากรายงานของกรมทะเล ไม่ได้สำรวจใหม่ จุดสีม่วงเป็นเฉพาะแนวปะการังสถานภาพสมบูรณ์/สมบูรณ์มาก ตามการประเมินของกรมทะเล ผมไม่ได้ใส่จุดปานกลางหรือน้อย เพื่อเน้นเฉพาะของดีๆ เท่านั้น แผนที่การฟุ้งกระจายตะกอนในการสร้าง มาจาก EHIA เป๊ะๆ ไม่ได้สร้างใหม่ พ.ศ.2566 เข้าใจว่าเก็บข้อมูลมาในช่วงนั้น เพราะ EHIA เริ่มทำมาตั้งแต่ 2565 ทราบกันดีว่าปะการังต้องการแสง ปะการังเกลียดตะกอน ทั้งทำให้น้ำขุ่นแสงน้อยและตกทับถมลงบนปะการัง จากแผนที่การฟุ้งกระจาย จะเห็นว่ามีตะกอนลอยมาถึงปะการังสมบูรณ์/สมบูรณ์มาก ใน 2 ระดับ”

นอกจากนี้ “ปะการังที่เกาะพยามโดนหนักหน่อย ปะการังที่เกาะค้างคาวรองลงมา เกาะพยามอยู่นอกเขตอุทยาน อยู่ในความรับผิดชอบของกรมทะเล เกาะค้างคาวอยู่ในเขตอุทยานแหลมสน แนวปะการังเหล่านี้นับว่าอยู่ในสภาพทอปแรงค์ของจังหวัดระนอง อันที่จริงหลังจากเราโดนปะการังฟอกขาวเข้าไปบ่อยครั้ง แนวปะการังน้ำตื้นระดับสมบูรณ์/สมบูรณ์มาก เหลือเพียงอยู่ไม่มากในทะเลไทย จึงควรอยู่ในการพิจารณาตัดสินใจว่าทำแลนด์บริดจ์คุ้มค่าแค่ไหน เมื่อคิดถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น และถ้าหากเดินหน้า เราก็ต้องปกป้องแนวปะการังสมบูรณ์ไว้ให้ดีที่สุด”

อย่างไรก็ตาม “การปกป้องปะการังจากผลกระทบมีหลายวิธี แต่แน่นอนว่าต้องมีการลงทุนทำ มิใช่ใช้คำว่าแลกกับความเจริญแล้วปล่อยไปตามยถากรรม การนำเงินของผู้ลงทุนที่คาดว่าจะเป็นต่างชาติ มาใช้ดูแลปกป้องทะเลไทยที่ได้ผลกระทบจากการพัฒนา ไม่จำเป็นต้องเสียดาย เน้นย้ำว่าข้อมูลทั้งหมดมาจาก EHIA ไม่ได้คิดเอาเองว่าปะการังสมบูรณ์ ฝันเอาว่าอาจจะได้รับผลกระทบ”

ขอบคุณข้อมูล : Thon Thamrongnawasawat