คืนวันพุธที่ 25 ต.ค. 2566 โซอี เลเวสก์ เด็กหญิงวัย 10 ขวบ กำลังฝึกซ้อมโบว์ลิ่งเพื่อเตรียมตัวลงแข่งในรายการแข่งขันระดับเยาวชน ที่โรงโบว์ลิ่งในเมืองลูอิสตัน รัฐเมน ทันใดนั้น โรเบิร์ต คาร์ด ก็บุกเข้ามาพร้อมอาวุธปืน และกราดยิงจนทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายราย ก่อนที่เขาจะออกจากที่นั่น แล้วเดินทางไปเปิดฉากยิงที่บาร์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก

รายงานข่าวล่าสุดระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการลงมือของ คาร์ด ไม่ต่ำกว่า 18 ราย และบาดเจ็บไม่น้อยกว่า 13 คน ขณะที่ทีมไล่ล่าคนร้ายของทางการ ระบุเมื่อเช้าวันนี้ว่า คาร์ด เสียชีวิตแล้ว

โซอี ให้สัมภาษณ์สำนักข่าวเอบีซีนิวส์ว่า เธอยังคงรู้สึกช็อกมาก หลังจากผ่านเหตุการณ์กราดยิงมา เธอยังเล่าว่า ตัวเองและ เมแกน ฮัตชินสัน แม่ของเธอ รอดชีวิต เพราะหนีเข้าห้องเก็บของด้านหลังรางโยนโบว์ลิ่ง และพยายามหาสิ่งของมากั้นประตูไว้

“หนูไม่เคยคิดเลยว่า ตัวเองจะต้องโตขึ้นมาเจอลูกปืนฝังในขา” โซอี ให้สัมภาษณ์ “มันแบบว่า…ทำไมล่ะ? ทำไมคนเราต้องทำกันแบบนี้ด้วย? หนูไม่รู้จะพูดยังไงดี คนอื่น ๆ ที่เขามีครอบครัว แล้วก็คนที่ยังหนุ่มสาวที่ยังมีชีวิตยาวไกลรออยู่…คนเราไม่ควรเข้ามาแล้วก็ทำแบบนั้น (ยิงกราด) มันไม่โอเคเลย”

โซอี เลเวสก์ (ซ้าย) และ เมแกน ฮัตชินสัน (ขวา) แม่ของเธอ

โซอี และแม่ของเธอเล่าว่า ตอนที่พวกเธอวิ่งหนีจากผู้ต้องสงสัย ก็พบว่า โซอี โดนยิงที่ขา โซอี เล่าว่า กระสุนปืนคาฝังอยู่ที่ขาและขากางเกงของเธอไม่ลึกมาก เหมือนกับเป็นรอยขีดข่วน แต่เธอก็กลัวมาก แม้ว่าจะไม่รู้สึกเจ็บ

โซอี เล่าว่า เธอไม่ค่อยเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น จนกระทั่งเลือดเริ่มไหลออกจากแผล แต่เธอก็ออกวิ่งต่อไป เพราะกลัวว่าจะตายอยู่ตรงนั้น เธอกังวลมากว่าจะไม่รอดชีวิตออกไป รวมถึงรอลุ้นว่าตำรวจจะมาเมื่อไหร่

ฮัตชินสัน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า เธอได้ยินเสียง “ปัง” ที่ดังมาก ๆ จากนั้นก็มองเห็นผู้ต้องสงสัยที่มุ่งหน้ามายังลานโยนโบว์ลิ่ง ตอนที่เธอหันไปมองนั้น เธอเห็นมือปืนอยู่ด้านหลังของเธอ เขาเพิ่งจะก้าวเข้าประตูเข้ามา จากนั้นตัวเธอกับ โซอี และครอบครัวอื่น ๆ ต่างพากันวิ่งผ่านประตูบานสวิงระหว่างเลนโบว์ลิ่ง เข้าไปหลบในห้องเก็บอุปกรณ์ด้านหลัง และหาสิ่งของมากั้นทางเข้าไว้

ฮัตชินสัน เล่าว่า ตอนที่พวกเธออยู่ในห้องเก็บของด้านหลัง ก็มีเด็กอีกคนวิ่งเข้ามา โดยที่มีแผลเป็นรูใหญ่มากตรงแขน พร้อมกับเลือดที่ไหลทะลักอย่างน่ากลัว จากนั้นก็มีแม่ของเด็กอีกคนเข้ามาในห้อง เธอคนนี้มีโทรศัพท์ติดตัว จึงเป็นผู้โทรฯ แจ้งเหตุฉุกเฉิน

พวกเธอให้เด็ก ๆ ไปซ่อนตัวใต้โต๊ะ แล้วพวกผู้ใหญ่ก็ช่วยกันเลื่อนชั้นวางของมากั้นประตูทางเข้า พวกเขารออยู่ราว 20 นาที ตำรวจก็มาถึงที่เกิดเหตุ แต่พวกเขาก็กลัวมากจนไม่ยอมให้ตำรวจเข้ามาในห้อง

“พวกเขา (ตำรวจ) เคาะประตู แต่พวกเราไม่ยอมเปิดประตู เราไม่อยากทำ เราไม่มั่นใจว่าพวกเขาเป็นใคร” เธอเล่า “แต่ในที่สุด ตำรวจก็ดันประตูเข้ามาจนได้ และพาพวกเราออกไปที่ลานจอดรถ”

ฮัตชินสัน กล่าวว่า เธอยังคงรู้สึกช็อกอย่างมาก เหมือนกับลูกสาวของเธอ แม้ว่าจะรอดชีวิตจากการกราดยิงมาได้ เธอบอกว่ามันเป็นความรู้สึกที่เหนือจริง เธอไม่อยากรู้สึกอะไรแบบนั้นอีก และนี่อาจจะเป็นค่ำคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของพวกเธอ

ที่มาและเครดิตภาพ : abcnews.go.com