สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงธากา ประเทศบังกลาเทศ เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติบังกลาเทศออกแถลงการณ์ เกี่ยวกับการจับกุมสมาชิกอย่างน้อย 164 คน ของพรรคชาตินิยมบังกลาเทศ (บีเอ็นพี) ซึ่งรวมถึงนายมีร์ซา ฟัคห์รุล อลัมกีร์ เลขาธิการพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน เบื้องต้นมีการตั้งข้อหาต่ออลัมกีร์ และสมาชิกที่ถูกจับกุมทั้งหมด ว่าเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมตำรวจนายหนึ่ง ซึ่งเสียชีวิตระหว่างควบคุมการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ในกรุงธากา เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา


อนึ่ง อลัมกีร์ วัย 75 ปี ดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรคบีเอ็นพี ตั้งแต่ปี 2554 หรือหลังนางคาเลดา เซีย อดีตนายกรัฐมนตรีบังกลาเทศ 2 สมัย และคู่ปรับทางการเมืองคนสำคัญของนายกรัฐมนตรีชีค ฮาสินา ผู้นำบังกลาเทศคนปัจจุบัน ยังคงถูกกักบริเวณอยู่ภายในบ้าน หลังศาลพิพากษาให้มีความผิดฐานคอร์รัปชั่น

การจราจรบริเวณจัตุรัส ในกรุงธากา เมืองหลวงของบังกลาเทศ หลังผ่านพ้นการสลายการชุมนุม


ทั้งนี้ การประท้วงขับไล่ผู้นำบังกลาเทศ ยืดเยื้อตั้งแต่ต้นปีนี้ และเกิดขึ้นครั้งล่าสุด เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยการปะทะกันอย่างดุเดือด ในกรุงธากา ระหว่างมวลชน ซึ่งมีการประเมินว่า มีจำนวนมากถึง 100,000 คน กับตำรวจควบคุมฝูงชน ซึ่งใช้ทั้งแก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เพื่อควบคุมสถานการณ์ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย เป็นพลเรือนและตำรวจ


พรรคสันนิบาตอวามีของชีค ฮาสินา บุตรสาวของชีค มูจิบู ราห์มัน บิดาแห่งชาติและประธานาธิบดีคนแรกของบังกลาเทศ ผูกขาดการเป็นพรรครัฐบาลบังกลาเทศตั้งแต่ปี 2552 ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศ


อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไป หลายฝ่ายกล่าวหาผู้นำหญิงของบังกลาเทศมากขึ้น ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน คอร์รัปชั่น และมีความเป็นเผด็จการมากขึ้น จนเกิดการเรียกร้องอย่างต่อเนื่อง ให้ฮาสินา วัย 76 ปี ลาออกจากตำแหน่ง เลิกการผูกขาดอำนาจ และจัดการเลือกตั้งใหม่ “ที่เป็นอิสระและเสรีอย่างแท้จริง”


ด้านกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐและพันธมิตรตะวันตกหลายแห่ง ยังคงแสดงความกังวลเป็นระยะ ต่อบรรยากาศทางการเมืองในบังกลาเทศ โดยรัฐบาลวอชิงตันคว่ำบาตร สำนักงานตำรวจปราบปรามการก่อการร้ายของบังกลาเทศ เมื่อปี 2564.

เครดิตภาพ : AFP