ถึงเรื่องดัชนีการรับรู้ทุจริต ( ซีพีไอ ) ของไทย ที่คะแนนต่ำ ได้ 33 คะแนน ลำดับ 116 จาก 182 ประเทศ นายกฯ กล่าวว่า ทุกครั้งที่มีการทำโพลถามความความเห็น ประชาชนยังกังวลเรื่องคอร์รัปชั่นมากเป็นอันดับต้นๆ
หมายความว่าเรายังไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง สาเหตุประการหนึ่ง มาจากการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐบางส่วนขาดจิตสำนึกในการปฏิบัติหน้าที่ และใช้ตำแหน่งแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ระบบเปิดช่องโหว่ให้ผู้ทุจริตเห็นว่าทำได้ เจ้าหน้าที่รัฐ-ท้องถิ่นต้องกำหนดมาตรการป้องกันการเรียกรับสินบนในกระบวนการอนุมัติ อนุญาต การออกเอกสารสิทธิต่างๆ รวมทั้งกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ ต้องมีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มข้น
ในฐานะคนไทยถือว่าเป็นเรื่องน่าอาย การแก้ปัญหาไม่ใช่ด้วยการออกระเบียบที่ไม่สิ้นสุด แต่ต้องเกิดจากการสร้างวัฒนธรรมในองค์กรที่ให้คุณค่ากับความซื่อสัตย์สุจริต ปัญหาทุจริตทำให้ความเป็นประเทศไทยจะถูกลดความสำคัญลง ไปเจรจาการค้าหรือพูดคุยกับใครในระดับประเทศ ถ้าเขารู้สึกว่าประเทศนี้ขี้โกงคุยกับคนขี้โกงอยู่ ไม่มีวันที่เราจะมีโอกาสต่อรองหรือเจรจาอะไรที่จะทำให้เราได้เปรียบง่ายๆ ส่วนตัวไม่เชื่อว่าระบบราชการไทยจะโกงกันทุกที่”
วาทะเด็ดของนายกฯ หนูคือ ซีพีไอสำรวจมาจากประชาชน “ถ้าได้ซีพีไอแบบนี้ถือว่าเขาตบหน้าเราแล้ว แปลว่าเขาไม่พอใจ” เมื่อพูดในวัน ครม.อนุทิน 2 ได้รับการโปรดเกล้าฯ พอดี เรื่องปราบโกงจึงกลายเป็นวาระแห่งชาติ ..ซึ่งจะว่าไปก็“แห่งชาติ”ทุกรัฐบาล ทุกปี แต่ไม่รู้ทำไมซีพีไอสาละวันเตี้ยลงๆๆ จึงเป็นเรื่องต้องจำ ว่า “รัฐบาลจะผลักดันกฎหมายเพื่อลดขั้นตอนการขออนุญาตของหน่วยราชการ” ซึ่งว่ากันว่า เป็นกฎหมายเอื้อทุจริตเก็บใต้โต๊ะ
มีเสียงสะท้อนฝากมา ว่า ค่าซีพีไอต่ำ มันมาจากการรับรู้ของประชาชน ที่ต้องทำคือหน่วยงานตรวจสอบเองต้องเคร่งครัดหน้าที่ เป็นกลาง ไม่ให้ถูกครหาว่า“ทำงานอิหยังวะ??” อย่างคดีเขากระโดง ก็เห็นโยนกันไปโยนกันมาระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย ( รฟท.) กับกรมที่ดิน ผลัดกันตั้งกรรมการว่าหน้าที่ใคร ร้องศาลปกครอง จบที่ให้ รฟท.ไปฟ้องเอารายแปลง หรือกรณีที่ด่ากันมากๆ อย่างฮั้ว สว.ทำไมมันยากจังเลยเรื่องอันไหนดีเอสไอสอบ อันไหน กกต.
แล้วจะให้แก้อย่างไรถ้าเรื่องอยู่ที่องค์กรอิสระยึกยัก รัฐบาลไปแทรกแซงไม่ได้ ?? รัฐบาลก็แสดงความจริงใจ ยืนยันแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่พรรคประชาชน ( ปชน.) เสนอ คือให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้ และให้องค์คณะที่ไต่สวนคดีถอดถอนองค์กรอิสระมาจากหลายภาคส่วน ไม่ให้วนๆ เวียนๆ เงื้อง่าสอบกันเอง ไปๆ มาๆ ไม่รู้ว่าใครมีอำนาจ …แก้ไขเสียทีเรื่ององค์กรอิสระ เชื่อเถอะว่า หลายคนมองว่าผยองอำนาจมาก เพราะไม่มีใครสอบ
ปัญหาใหญ่ต่อมาของรัฐบาล ที่ต้องเป็นนโยบายหลัก คือราคาพลังงาน หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลลดการเก็บภาษีสรรพสามิต ซึ่งรอดูว่า ครม.จะปรับลดไปเท่าไร และถ้าปรับลด จะกระทบรายได้ของรัฐบาลปี 70 หรือไม่ เมื่อรัฐบาลมีอำนาจเต็ม ก็คงต้องกู้เงินเพื่ออุดหนุนกองทุนน้ำมันอีก บทบาทสำคัญของรัฐบาลคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไม่เช่นนั้นหนี้สาธารณะสูงก็กระทบเศรษฐกิจมหภาค คลังกับพาณิชย์จะต้องทำงานอย่างโดดเด่น
นโยบายที่ต้องเรื่องหลักอีกอันหนึ่งคือการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม อากาศพิษ อายเรื่องคอร์รัปชั่นแล้วก็ควรอายเรื่องปล่อยเมืองท่องเที่ยวภาคเหนือกลายเป็น“silent hill” เมืองในหมอกด้วย มีคนฝากมาอีกล่ะว่า อยากให้ออกนโยบายเรื่องฟรีวีซ่าให้ชัด จะสกัดนักท่องเที่ยวอยู่ยาวไร้คุณภาพอย่างไร ตอนนี้หลายพื้นที่เขาร้องเรียนซ้ำอีกเรื่องอิสราเอลมาปักหลักจะสร้างหมู่บ้านยิวแล้ว นักท่องเที่ยวห่วยๆ อินเดียก็ใช่น้อย มีเกณฑ์คัดกรองหรือส่งกลับอย่างไรวานบอก
มีหลายเรื่องเหลือเกินที่อยากฝากให้รัฐบาลทำ ขอฝากแค่ที่เชื่อว่า ใครๆ ก็อยากเห็นผลเร็วก่อน.



