สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศจอร์แดนออกแถลงการณ์ เมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องการเรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับจากกรุงเทลอาวีฟ “ทันที” เพื่อประท้วงการทำสงครามของอิสราเอล ซึ่งคร่าชีวิตชาวปาเลสไตน์ผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก และก่อให้เกิดหายนะทางมนุษยธรรม ในระดับที่มนุษยชาติไม่เคยพบมาก่อน


ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจองตะวันออกกลาง มีแนวโน้มสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักทางการทูตต่ออิสราเอล เนื่องจากจอร์แดนเป็นประเทศที่สองในโลกอาหรับ ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เมื่อปี 2537 ต่อจากอียิปต์ เมื่อปี 2522 และจอร์แดนยังมีสถานะเป็น “ผู้พิทักษ์” ศาสนสถานหลายแห่ง ในเขตตะวันออกของนครเยรูซาเลม พื้นที่พิพาทสำคัญระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ด้วย


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศอิสราเอลออกแถลงการณ์ “เสียใจเป็นอย่างมาก” ต่อการที่จอร์แดนเรียกเอกอัครราชทูตกลับประเทศ ทั้งนี้ ครั้งล่าสุดที่จอร์แดนดำเนินการดังกล่าว คือเมื่อปี 2562 เพื่อประท้วงการที่อิสราเอลจับกุมพลเมืองจอร์แดนสองคน โดยไม่มีการตั้งข้อหาอย่างชัดเจน ก่อนปล่อยตัวทั้งคู่ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ หลังการจับกุม.

เครดิตภาพ : AFP