แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2566 นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ด กสทช. ได้มีบันทึกแจ้งนัดหมายการประชุมบอร์ด ในวันศุกร์ที่ 3 พ.ย. 2566 โดยไม่ได้มีการปรึกษาหรือสอบถามถึงความสะดวกของบอร์ดท่านอื่นก่อน ทำให้ชนกับภารกิจที่ กสทช. แต่ละคนได้มีการนัดหมายไว้ล่วงหน้า เพราะโดยปกติ การประชุมบอร์ดจะนัดในทุกๆ วันพุธ

ซึ่งในกรณีของ พลอากาศโท ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการกระจายเสียง ติดภารกิจสำคัญในวันที่ 2-3 พ.ย. 2566 ซึ่งมีแผนการเดินทางไปประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย เกี่ยวกับแนวทางการอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่ และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง ภาคเหนือ ที่ จ.เชียงใหม่

โดยเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจหลักตามกฎหมายของ กสทช. และสำนักงาน กสทช. โดยเลขาธิการ กสทช. ได้อนุมัติแผนการเดินทาง ตลอดจนค่าใช้จ่ายที่ใช้ในการดำเนินการไว้เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2566 มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการรวมจำนวน 608,570 บาท ซึ่งเป็นค่าที่พัก ค่าจัดการประชุม ค่าอาหาร และค่าเดินทางของทั้งคณะ รวมถึงของผู้ประกอบการกว่า 200 คนจากทั่วภาคเหนือ ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ได้จ่ายเงินมัดจำในการจัดงานไปแล้ว 400,000 บาท หากเลื่อนออกไปเป็นช่วงปลายปีหรือต้นปีหน้า ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 200,000 บาท เนื่องจากเป็นช่วง high season ของการท่องเที่ยว แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ขณะที่ น.ส.พิรงรอง รามสูต กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรทัศน์ ติดภารกิจรับเชิญเป็นองค์ปาฐกในงาน Digital Skills for Media Industry ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากเงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการการะจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (กทปส.) ส่วนนายศุภัช ศุภชลาศัย กรรมการ กสทช. ด้านเศรษฐศาสตร์ และนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ กรรมการ กสทช. ด้านกิจการโทรคมนาคม ก็มีภารกิจสำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้าแล้วเช่นกัน

ทั้งนี้ กรรมการ กสทช. ทั้ง 4 ท่าน ได้เคยทวงถามให้ประธาน กสทช. จัดตารางนัดหมายการประชุมบอร์ดล่วงหน้า 3 เดือน ตามที่เคยปฏิบัติมาในช่วงเข้าปฏิบัติหน้าที่ใหม่ๆ เมื่อปี 2565 และในอดีตที่ผ่านมา บอร์ด กสทช. มักจะประชุมกันในวันพุธ หากมีเหตุจำเป็นต้องเลื่อน ก็จะมีการปรึกษาหารือกันก่อน

นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์

สำหรับการประชุมบอร์ด กสทช. มีวาระค้างพิจารณามากมาย เมื่อไม่นานมานี้ กสทช. 4 ท่าน ยังได้มีบันทึกข้อความที่ สทช 1005/252 ลงวันที่ 6 ต.ค. 2566 เสนอให้ประธาน กสทช. กำหนดให้มีการประชุม กสทช. ในวันพุธของทุกสัปดาห์ แทนที่จะเป็นสัปดาห์เว้นสัปดาห์อย่างช่วงที่ผ่านมา เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. เป็นไปด้วยความเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ อีกทั้งในการประชุมบอร์ดครั้งล่าสุด ก็เพิ่งมีในวันพุธที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา แต่ท่านประธานก็ไม่ได้ปรึกษาหารือเรื่องนัดหมายอะไร แล้วมาส่งหนังสือแจ้งเลย ในช่วงเย็นของวันศุกร์ที่ 27 ต.ค.

ด้าน พล.อ.สิทธิชัย มากกุญชร โฆษกประจำ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) กล่าวว่า การประชุมบอร์ด กสทช. ที่เลื่อนจากวันที่ 8 พ.ย. มาเป็นวันที่ 3 พ.ย. เนื่องจากวันที่ 8 พ.ย. ประธาน กสทช. ติดภารกิจเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จ ที่ จ.ระยอง ซึ่งเป็นกำหนดการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ จึงได้ให้ทางสำนักจัดการประชุมฯ ดูวันที่จัดประชุมใหม่ จากการตรวจสอบพบว่า ในวันที่ 3 พ.ย. จะมี กสทช. 2 ท่าน ที่ติดภารกิจ แต่หากอีก 2 ท่าน เข้าประชุม ก็ครบองค์ประชุม สามารถจัดประชุมได้ และได้ส่งหนังสือถึง กสทช. ทุกท่านล่วงหน้า 7 วันแล้ว

สำหรับความกังวลเรื่องจะมีการเสนอรายชื่อเลขาฯ กสทช. คนใหม่ และการปรับโครงสร้างองค์กร นั้น จากที่ดูในวาระการประชุม ไม่มีการนำสองเรื่องนี้บรรจุในวาระ มีวาระที่สำคัญ คือ การตั้งอนุกรรมการเรื่องงบประมาณปี 67 เท่านั้น

“ทางเจ้าหน้าที่ ได้ตรวจสอบแล้วว่า วันที่ 3 พ.ย. สามารถจัดประชุมได้ เพราะ กสทช. ที่เหลือ 2 ท่าน เข้าประชุมก็ครบองค์ประชุม อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถบอกได้ว่าวันที่ 3 พ.ย. การประชุมจะล่มหรือไม่ แต่ท่านประธาน ไม่อยากให้ล่ม เพราะจะเสียต่อองค์กร และเรื่องที่รอบอร์ดพิจารณาก็ยังค้างอยู่มาก และทางกรรมการ กสทช. ทุกท่าน ก็อยากให้มีการประชุมทุกสัปดาห์ เพื่อเร่งพิจารณาวาระที่ค้าง และท่านประธาน กสทช. ก็เห็นด้วย” พล.อ.สิทธิชัย กล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบวาระการประชุมบอร์ด ที่พบว่าในวันดังกล่าว มีเรื่องค้างพิจารณา 6 วาระ แยกเป็น 90 เรื่องย่อย โดยมีเรื่องสำคัญ 3 เรื่องได้แก่

1.การขอขยายเวลาการปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการติดตามและประเมินผลการรวมธุรกิจตามประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการกํากับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม

2.การขอความเห็นชอบองค์ประกอบและอํานาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการกลั่นกรองงบประมาณรายจ่ายประจําปีของสํานักงาน กสทช.

และ 3.การใช้อํานาจตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกํากับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อประกอบการพิจารณาการดำเนินการรักษาสิทธิวงโคจร