เมื่อวันที่ 2 พ.ย. ที่มูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ถนนรังสิต – นครนายก ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากวันที่ 19 ต.ค.66 นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 38 ปี โทรสายด่วน 1134 ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ลูกสาว 7 ขวบ ถูกพ่อแท้ๆ ข่มขืนกระทำชำเรา แม่เพิ่งมารู้เรื่องเพราะลูกถูกข่มขู่เอาไว้ ตัวเองและลูกกลัวจะเป็นอันตรายเพราะสามีเสพยาเสพติดและมักจะซ้อมทำร้ายเป็นประจำ ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

โดยหลังรับแจ้ง นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.ปัญญา ท้วมศรี ผกก.สภ.สวี จ.ชุมพร พร้อมมอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ เดินทางไปจ.ชุมพร ซึ่งนางเอ ได้พาลูกสาวหนีออกมาจากบ้าน จ.สุราษฎร์ธานี มาพบกับเจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ จากนั้นพานางเอ และลูกสาวไปพบ พ.ต.อ.ปัญญา เพื่อแจ้งความ จากนั้นนางปวีณา รับสองแม่ลูกเข้าอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ ก่อนที่เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ จะได้พาสองแม่ลูกเข้ากรุงเทพฯ ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตำรวจ เบื้องต้นพบเด็กมีร่องรอยถูกข่มขืน ต่อมาวันที่ 27 ต.ค. นางปวีณา ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาสองแม่ลูกไปสอบสหวิชาชีพที่จ.ชุมพร ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับนายเอก พ่อแท้ๆ ที่ข่มขืนลูก

ล่าสุดวันนี้( 2 พ.ย.) นางปวีณา ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ปัญญา ว่า ช่วง 17.00 น. ตำรวจสภ.สวี ได้เข้าจับกุมตัวนายเอก ได้แล้วที่ห้องเช่า จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมแจ้งข้อหา ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายและจะคุมตัวส่งฝากขังศาลในวันพรุ่งนี้ 3 พ.ย. พร้อมคัดค้านการประกันตัว ขณะที่สองแม่ลูกซึ่งอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปวีณาฯ ทราบข่าวถึงกับร้องไห้ดีใจกอดกันแน่นเพราะจากนี้จะไม่ต้องอยู่อย่างหวาดผวาอีกแล้ว

นางเอ เล่าว่า อยู่กินกับสามี ที่บ้านฝ่ายชาย จ.ชุมพร โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มีลูกสาว 1 คน อายุ 7 ขวบ ก่อนหน้านี้ตนกับสามีทำอาชีพรับจ้างแทงปาล์ม แต่สามีมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดและชอบทำร้ายตนเป็นประจำ ระยะหลังไม่ค่อยมีงานตนจึงกลับบ้านเกิดที่จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อไปรับจ้างแกะปู หารายได้เลี้ยงครอบครัว ส่วนสามีไม่ทำงานอะไรอยู่กับลูกสาวที่จ.ชุมพร ซึ่งตนจะกลับไปหาลูกและส่งเงินให้เป็นประจำ กระทั่งช่วงเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา สังเกตเห็นลูกผิดปกติ มีอาการก้าวร้าว กลัวพ่อมาก ต่อมาช่วงเดือนมิ.ย. เห็นรูปในโทรศัพท์สามี เป็นรูปผู้ชายลักษณะคร่อมร่างด.ญ.คนหนึ่ง เห็นอวัยวะเพศถูไถกัน แต่ไม่เห็นหน้าทั้งสองคน ส่วนผู้ชายตนจำได้แม่นยำว่าเป็นสามีเพราะมีรอยสักอยู่ที่ต้นขา จากนั้นก็มาถามลูกสาวว่าพ่อทำอะไรรึป่าว แต่ลูกไม่ยอมพูดอะไร ซึ่งก็สงสัยจึงได้ไปถามสามี แต่สามีปฏิเสธ โมโหหาเรื่องทะเลาะก่อนจะทำร้ายตนจนแขนหัก และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

จากนั้นช่วงเดือน ส.ค. สามีตนก็พาลูกสาวมาอยู่กับตนที่ห้องเช่า จ.สุราษฎร์ธานี ตนเก็บเรื่องคาใจและพยายามถามลูกสาวมาตลอด แต่ลูกไม่ยอมพูด กระทั่งวันที่ 19 ต.ค. น้องสาวตนรู้เรื่องจึงแกล้งถามหลาน และลูกสาวก็ยอมบอกว่าถูกพ่อข่มขืน 2 ครั้ง ในช่วงเดือนเม.ย. ถึงมิ.ย. พร้อมกับทำท่าให้ดู ครั้งแรกถูกกระทำในบ้าน ครั้งที่ 2 ในห้องน้ำ ภายในบ้านพ่อที่จ.ชุมพร โดยพ่อเอารูปถือปืนยาวมาให้ลูกสาวดูแล้วข่มขู่ว่า “ถ้าเอาเรื่องไปบอกแม่หรือบอกใครจะยิงทิ้งให้ตายทั้งแม่และลูก” ลูกสาวจึงกลัวว่าแม่จะเป็นอันตราย เพราะที่ผ่านมาลูกก็เห็นพ่อทำร้ายแม่เป็นประจำจึงไม่กล้าบอกใคร.

นางเอ พูดทั้งน้ำตาว่า ต้องขอบคุณมูลนิธิปวีณามูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีที่ช่วยเหลือตนเองตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งจับกุมตัวพ่อแท้ๆมาดำเนินคดีทางกฏหมายได้