สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปานามาซิตี ประเทศปานามา เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ว่า สำนักบริหารคลองปานามา (เอซีพี) ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ การลดโควตาเรือบรรทุกสินค้าเดินทางผ่านต่อวัน เหลือวันละ 25 ลำ ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา จากเดิมคือ 29 ลำ ซึ่งเป็นการลดลงจากระดับก่อนหน้านี้ คือราว 30 ลำ และจะลดลงอีกเหลือ 18 ลำต่อวัน ในวันที่ 1 ก.พ. 2567
ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยของเรือบรรทุกสินค้า ซึ่งเดินทางผ่านคลองปานามา อยู่ที่ 39 ลำต่อวัน เมื่อปี 2565 ขณะที่เอซีพีให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วยว่า เดือน ต.ค. ปีนี้ ถือว่ามีสภาพอากาศแห้งแล้งที่สุด นับตั้งแต่เอซีพีบันทึกข้อมูลอย่างเป็นทางการ เมื่อปี 2493 ยิ่งตอกย้ำความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ
El Nino drought: Panama Canal cuts ship numbers further https://t.co/dxpdYrmKdx
— BBC News (World) (@BBCWorld) November 1, 2023
อนึ่ง ภาวะขาดแคลนน้ำฝนเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ส่งผลต่อการเคลื่อนที่ของเรือบรรทุกสินค้าในการผ่านประตูกั้นน้ำ ส่งผลให้ต้องมีการใช้น้ำจืดจากทะเลสาบ 2 แห่ง ที่มีการขุดขึ้นเพื่อรองรับน้ำฝน เพื่อช่วยผลักดันเรือ โดยเรือลำหนึ่งต้องอาศัยปริมาณน้ำมากถึง 200 ล้านลิตร สร้างความกังวลให้กับทุกฝ่าย เนื่องจากทะเลสาบทั้งสองแห่ง คือแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคที่สำคัญ ของชาวปานามาครึ่งหนึ่ง จากทั้งหมดราว 4.2 ล้านคน
ขณะเดียวกัน เอซีพีจะยังคงจำกัดอัตรากินน้ำลึกสูงสุดของเรือ ต้องอยู่ที่ไม่เกิน 13.11 เมตร อย่างไรก็ตาม มาตรการจำกัดอัตรากินน้ำลึกสูงสุดของเรือ ซึ่งมีผลมานานระยะหนึ่งแล้ว ส่งผลให้การจราจรบริเวณคลองปานามา ที่เป็นคลองเดินเรือสมุทรซึ่งมีความยาวประมาณ 82 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างมหาสมุทรแปซิฟิกกับมหาสมุทรแอตแลนติก และเป็นเส้นทางผ่านของเรือบรรทุกสินค้า 6% ของโลก ประสบกับภาวะติดขัด
นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาจส่งผลให้รายได้ของเอซีพีลดลงราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 7,117.60 ล้านบาท) ในปี 2567.
เครดิตภาพ : AFP



