สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 5 พ.ย. ว่านายอาร์วินด์ เกจไรวัล มุขมนตรีกรุงนิวเดลี ประกาศขยายระยะเวลาการปิดโรงเรียนประถมศึกษาทุกแห่งในเมืองหลวง ไม่ว่าจะเป็นของรัฐหรือเอกชน ออกไปอีกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากมลพิษทางอากาศในพื้นที่ “ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น”


ทั้งนี้ เทศบาลกรุงนิวเดลีประกาศคำสั่งดังกล่าวเป็นรอบแรก ให้มีผลระหว่างวันที่ 3-4 พ.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากดัชนีคุณภาพอากาศ (เอคิวไอ) ของกรุงนิวเดลี อยู่ที่ระดับมากกว่า 450 ในหลายเขต ซึ่งถือเป็นระดับที่ “เลวร้าย” และ “เป็นอันตราย” ส่วนค่าเฉลี่ยของทั้งเมืองหลวงอยู่ที่ 351 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังถือว่าอยู่ในระดับสูง และเพิ่มเป็น 570 เมื่อวันอาทิตย์ สูงกว่าค่าเฉลี่ยรายวันขององค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เกือบ 40 เท่า


นอกจากนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้ค่าเฉลี่ยเอคิวไอ จากเมืองใหญ่มากกว่า 100 แห่งทั่วโลก ปรากฏว่า กรุงนิวเดลี ซึ่งมีประชากรราว 30 ล้านคน ขึ้นแท่นเมืองซึ่งมีค่ามลพิษสูงที่สุดในโลก ประจำวันที่ 5 พ.ย. อีกด้วย


ขณะที่ผลการศึกษาซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ “แลนเซ็ต” ระบุว่า มีประชาชนในอินเดียราว 1.67 ล้านคน เสียชีวิตด้วยอาการที่เกี่ยวข้องกับมลพิษทางอากาศ เมื่อปี 2563 จากจำนวนดังกล่าวเกือบ 17,500 ราย อยู่ที่กรุงนิวเดลี


อย่างไรก็ตาม อินเดียเป็นประเทศที่ยังคงพึ่งพาพลังงานจากถ่านหิน โดยในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ค่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่อหัวของอินเดีย เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มาอยู่ที่ 29%.

เครดิตภาพ : AFP