วันที่ 5 พ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบให้กระทรวงการคลังออก พ.ร.ก.กู้เงินมีวงเงิน 4 แสนล้านบาท ปรับลดจากเดิมที่จะออกวงเงิน 5 แสนล้านบาท เพื่อต้องการยึดหลักวินัยการคลัง
ยืนยันไม่กระทบเพดานหนี้สาธารณะ 70% ต่อจีดีพี หากกู้เต็มจะทำให้หนี้สาธารณะขึ้นไปอยู่ที่ 69% ต่อจีดีพี และเป็นการกู้ในประเทศทั้งหมด โดยเน้นย้ำวินัยการคลัง ต้องการแก้ไขวิกฤติปากท้อง ไม่ให้เกิดวิกฤติซ้อนวิกฤติ เงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอ หรือสแต็กเฟลชัน
“พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เป็นการกู้ในประเทศทั้งหมด ตามที่ได้คุยกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในปัจจุบัน ไทยมีสภาพคล่องส่วนเกินสูงเกิน 1 ล้านล้านบาท ซึ่งการกู้ 4 แสนล้านบาทนั้นสบายมาก และยิ่งดอกเบี้ยต่ำ ทำให้ต้นทุนการกู้ถูกด้วย”
ทั้งนี้ ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงินวงเงิน 4 แสนล้านบาท แบ่งเป็น 2 แสนล้านบาทแรกเยียวยา ลดผลกระทบ และอีก 2 แสนล้านบาท ลดผลกระทบและเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
กระบวนการขั้นตอนหลังจากนี้จะรอประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และนำเข้าสภาในวันที่ 14 พ.ค.นี้ หลังจากนั้นตั้งได้คณะกรรมการกลั่นกรองรายจ่ายเงินกู้ โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน เพื่อให้หน่วยงานนำเสนอโครงการเข้ามาตามวัตถุประสงค์ ภายในวันที่ 30 ก.ย. 69 จากนั้นจะเสนอ ครม.พิจารณาต่อไป โดยการใช้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท มีระยะเวลาถึงวันที่ 30 ก.ย. 70
สำหรับวงเงิน 2 แสนล้านบาทแรก จะช่วยกลุ่มเปราะบาง เยียวยาผลกระทบประชาชน ซึ่งในส่วนคนละครึ่งพลัส เป็นอีกหนึ่งโครงสร้าง จะใช้แหล่งเงินทั้งจาก พ.ร.ก.กู้เงินส่วนหนึ่ง และจากแหล่งเงินอื่นๆ เช่น การโอนงบประมาณมาพิจารณา ซึ่งคนละครึ่งพลัสจะยังไม่เข้า ครม.ในวันที่ 12 พ.ค.นี้ โดยจะเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย และยังยืนยันตามแผนเดิมคือเริ่มโครงการในวันที่ 1 มิ.ย.นี้
ส่วนวงเงิน 2 แสนล้านบาทหลัง นอกจากช่วยกลุ่มเปราะบางแล้วจะเป็นการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาส ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติและน้ำมันที่มีการนำเข้ามา ขณะที่โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ นั้น หน่วยงานสามารถเสนอโครงการเข้ามาเพื่อดำเนินการในวงเงินนี้ได้เช่นเดียวกัน เพื่อปรับเปลี่ยนสู่พลังงานสะอาด
“เมื่อไปดูงบ 69 ที่จะโอนมามีไม่เพียงพอ มีแค่ไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท และใช้งบกลางกว่า 2 หมื่นล้านบาท รวมทั้งงบประมาณปี 70 ต้องรออีก 5 เดือน ซึ่งไม่พอ จึงเป็นเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วนในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน”
อย่างไรก็ตามได้ชี้แจงสำนักประเมิน (เครดิตเรตติ้ง) ว่าสิ่งสำคัญกู้เงินเพื่อบรรเทาผลกระทบ และต้องมีเปลี่ยนผ่านไปพลังงานสะอาด และช่วยประชาชน ลดค่าใช้จ่าย ลดพึ่งพาน้ำมัน ลดก๊าซธรรมชาติที่ต้องนำเข้า และยังลดภาระประเทศในอนาคตด้วย



