เมื่อเวลา​ 11.20 น.​ วันที่ 4 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยศชนัน​ วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แถลงผลประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ​ (ก​พช.)​ ครั้งที่ 1/2569 ว่า ที่ประชุมในวันนี้ มีมติปรับเบี้ยยังชีพผู้พิการ​ จากเดือนละ 800 บาท​ เป็น 1,000 บาทต่อเดือน ในกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและมีอายุต่ำกว่า 18 ปี​ เพื่อความเท่าเทียมของการที่จะได้รับเบี้ยในส่วนนี้​ นอกจากนี้ที่ประชุมยังอนุมัติโครงการจัดหากายอุปกรณ์ สำหรับช่วยเหลือผู้พิการ โดยใช้เงินจากกองทุนประจำปี 2569 กรอบวงเงิน 141 ล้านบาทจำนวน​ทั้งหมด 17,000 รายการ ขณะเดียวกันที่ประชุม กพช.​ เห็นชอบการแก้ไขแผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ นอกจากนี้มีการขยายวงเงินกู้ยืม​เพื่อการประกอบอาชีพ โดยจะมีการขยายเพดานจาก 120,000 บาท เป็น 300,000 บาท เพื่อรองรับสถานการณ์ปัจจุบันให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังมีการปรับสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยของผู้พิการ และการรับรองผู้ช่วยเหลือผู้พิการ ซึ่งผู้ช่วยคนพิการจะต้องผ่านการรับรอง ซึ่งเดิมที่ไม่มีเรื่องเครือญาติ​ แต่ปัจจุบันเห็นว่าปกติผู้ที่จะให้การช่วยเหลือผู้พิการ​ ส่วนมากจะเป็นเครือญาติ จะมีการปรับให้สามารถเป็นเครือญาติพี่น้องได้ หากผ่านการอบรม และได้รับใบรับรอง จะมีค่าตอบแทน 60 บาทต่อชั่วโมง 6 ชั่วโมงต่อวัน​ และ 30 วันต่อเดือน รวมเป็นเงิน 10,800 บาทต่อเดือน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ต้องออกจากงานมาดูแลผู้พิการที่บ้าน ส่วนการจ้างงานผู้พิการของภาครัฐ ซึ่งภาคเอกชนปัจจุบันทำได้ดี ซึ่งจะมีการนำรายงานเรื่องการจ้างงานผู้พิการ เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อรับทราบ และขอความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ในการที่จะจ้างงานให้เป็นไปตามเกณฑ์

นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ขณะที่ พ.ร.บ. Universal Design ซึ่งจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ​ เพื่อศึกษาและยกร่าง​ ซึ่งจะมีผู้เชี่ยวชาญและผู้ที่เกี่ยวข้องหลายคน ทั้งในเชิงโครงสร้างกายภาพและมีการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล และเป็นในมุมการส่งเสริมการเรียนรู้​ รวมถึงมีภาคีเครือข่ายจากผู้พิการหลากหลายรูปแบบเข้ามาร่วมกัน ซึ่ง พ.ร.บ.นี้มีความมุ่งหวังไม่ใช่เฉพาะคนพิการ​ แต่เราจะต้องทำเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ หากสามารถ​ทำส่วนนี้ได้ เรื่องของการท่องเที่ยวในตลาดผู้สูงอายุ​จากต่างชาติเข้ามาก็จะสามารถทำได้ง่ายขึ้น​ ขณะเดียวกัน ผู้พิการไทยก็จะสามารถอยู่ได้อย่างเท่าเทียมและประกอบอาชีพต่างๆ ได้​ ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาส และปรับปรุงครั้งสำคัญทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าได้

เมื่อถามว่าการปรับเบี้ยผู้พิการและเงินอุดหนุนผู้ช่วยผู้พิการจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อใดนั้น​ นายกันต์พงศ์​ รังษีสว่าง​ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า น่าจะเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ภายในเดือนนี้ และมติ ครม. เคยมีเรื่องนี้ไว้แล้ว แต่จะต้องมีการประชุมคณะกรรมการ กพช. เพื่อนำไปสู่การประชุมของ ครม. อีกครั้ง ซึ่งคาดว่าน่าจะทันภายในเดือน มิ.ย. นี้ หรือช้าสุดอาจจะเป็นต้นเดือน ก.ค. นี้