สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า นางเจเน็ต เยลเลน รมว.การคลังสหรัฐ กล่าวถึงความคืบหน้าของการจัดทำร่างข้อตกลง ตามกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอพีอีเอฟ) ว่ามีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง “แต่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์เต็มร้อย” หมายความว่า ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องยังคงต้องการเวลาเพิ่มเติม เพื่อจัดการข้อตกลงให้เป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ รัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบันของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศแผนการจัดตั้งไอพีอีเอฟ เมื่อเดือน พ.ค. 2565 ที่โครงสร้างหลักประกอบด้วย ความยืดหยุ่นทางการค้า การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การปลอดคาร์บอน และการต่อต้านการคอร์รัปชัน
อย่างไรก็ตาม แกนนำในสภาคองเกรสทั้งจากพรรคเดโมแครต และพรรครีพับลิกัน พร้อมใจกันวิจารณ์ไอพีอีเอฟ เป็นกรอบความร่วมมือ “ที่ไม่มีการบังคับใช้มาตรฐานเพื่อปกป้องสวัสดิภาพแรงงาน ในระดับที่เชื่อมั่นได้”
US postpones Asia trade deal rollout after domestic fire https://t.co/TxZAF1SIBp
— ST Foreign Desk (@STForeignDesk) November 14, 2023
นอกจากนี้ ผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นไปในทางเดียวกัน ว่าไอพีอีเอฟ คือแผนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลวอชิงตันสร้างขึ้น เพื่อเป็นคู่แข่งกับแผนหนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง (บีอาร์ไอ) ของจีน และกลุ่มประเทศที่เข้าร่วมไอพีอีเอฟ ซึ่งตอนนี้มี 14 ประเทศเข้าร่วม รวมถึง 7 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เวียดนาม บรูไน และไทย ต้องหลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวในทุกรูปแบบ เพื่อไม่ให้รัฐบาลปักกิ่งตีความว่าเป็นการยั่วยุ เนื่องจากเศรษฐกิจของภูมิภาคพึ่งพาจีนมากกว่าสหรัฐ
อนึ่ง สหรัฐมีแผนเปิดตัวร่างข้อตกลงไอพีอีเอฟ ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ 21 เขตเศรษฐกิจ กลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) ที่เมืองซานฟรานซิสโก ในสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ตาม จีนไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของไอพีอีเอฟ และวิจารณ์แผนการนี้มาตลอด ว่ากรอบความร่วมมือระหว่างภูมิภาค ไม่ว่าในเรื่องใดก็ตาม ควรตั้งอยู่บนหลักการของการเคารพและให้เกียรติ การไม่ก้าวล่วงอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และอธิปไตยของประเทศใด อีกทั้งไม่ควรใช้ “หลักการแบบสงครามเย็น” ให้เกิดการต้องเลือกข้าง และแบ่งแยก.
เครดิตภาพ : AFP



