สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ว่า แนวร่วมแห่งชาติชิน (ซีเอ็นเอฟ) ซึ่งเป็นหนึ่งในกองกำลังชาติพันธุ์ ซึ่งมีฐานที่มั่นอยู่ในรัฐชิน ทางตะวันตกของเมียนมา ที่มีพรมแดนบางส่วนติดกับอินเดีย ออกแถลงการณ์ว่า ซีเอ็นเอฟและแนวร่วม ต่อสู้อย่างหนักกับทหารเมียนมาในพื้นที่ จนสามารถยึดครองฐานประจำการได้อย่างน้อย 2 แห่ง ในเขตชานแดนติดกับรัฐมิโซรัมของอินเดีย


ด้านกองทัพเมียนมาและกระทรวงการต่างประเทศอินเดียยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม การประกาศของซีเอ็นเอฟเกิดขึ้นไม่นาน หลังสื่อท้องถิ่นของเมียนมารายงานว่า การสู้รบรุนแรงระลอกใหม่ในรัฐชิน ส่งผลให้ประชาชนราว 5,000 คน ลี้ภัยข้ามชายแดนไปยังรัฐมิโซรัมของอินเดีย


นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกว่า หลังกองทัพอาระกัน (เอเอ) โจมตีฐานประจำการหลายแห่งของกองทัพเมียนมา ในรัฐยะไข่ ที่อยู่ทางตะวันตกของประเทศด้วย


ทั้งนี้ รัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย กำลังเผชิญกับความท้าทายด้านความมั่นคงครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่การรัฐประหาร เมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 เมื่อกองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) หรืออดีตพรรคประชาธิปไตยโกก้าง และกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) รวมตัวกันเป็นกองกำลังพันธมิตร เปิดฉากปฏิบัติการ “1027” ต่อต้านกองทัพเมียนมา ในรัฐฉาน เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา


ขณะที่กองทัพเอกราชคะฉิ่น (เคไอเอ) ปักหลักสู้รบกับทหารเมียนมาในรัฐคะฉิ่น นอกจากนี้ กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ) อ้างการยิงเครื่องบินรบลำหนึ่งของกองทัพเมียนมา ตกในเขตรัฐกะยา ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ และมีพรมแดนบางส่วนติดกับไทย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วย


อย่างไรก็ตาม รัฐบาลทหารเมียนมากล่าวถึงเรื่องนี้ ว่าเครื่องบินตกระหว่างการฝึกซ้อม “เนื่องจากปัญหาทางเทคนิค” และยืนยันว่า นักบินสองนายดีดตัวออกจากเครื่องบินได้อย่างปลอดภัย และติดต่อกลับมายังศูนย์บัญชาการแล้ว เพื่อยืนยันตัวตนและสถานะ


ด้าน พล.อ.มินต์ ส่วย รักษาการประธานาธิบดีเมียนมา กล่าวว่า หากรัฐบาลและกองทัพไม่สามารถบริหารจัดการสถานการณ์ด้านความมั่นคงตามแนวชายแดนได้อย่างมีประสิทธิภาพ “มีแนวโน้ม” ที่เมียนมา “จะแตกออกเป็นเสี่ยง”


ส่วนจีนซึ่งมีพรมแดนบางส่วนทางตอนใต้ติดกับรัฐฉานนของเมียนมา ยังคงเรียกร้องให้มีการหยุดยิง การเจรจา และการปกป้องพลเรือนจีน ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมระหว่างทั้งสองฝ่าย ซึ่งรวมถึงโครงการเส้นทางรถไฟขนส่งสินค้า นอกจากนั้น รัฐบาลปักกิ่งส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนเดินทางมายังเมียนมา เพื่อหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลทหารด้วย.

เครดิตภาพ : AFP