สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า กระทรวงการต่างประเทศกาตาร์ออกแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในฉนวนกาซาซึ่งเลวร้ายลงทุกนาที กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความพยายามเจรจา เพื่อช่วยเหลือตัวประกันที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่หลายแห่งในฉนวนกาซา


ด้วยเหตุนี้ กาตาร์ขอเรียกร้องให้อิสราเอลและกลุ่มฮามาส หันหน้ามาเจรจากัน “อย่างจริงจังและเร็วที่สุด” อย่างน้อยเพื่อเป็นความหวังให้กับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ว่าวิกฤติอันเลวร้ายครั้งนี้มีแนวโน้มจะยุติ


นับตั้งแต่สงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสปะทุ เมื่อวันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา กาตาร์และอียิปต์เป็นคนกลางสำคัญ ในการเจรจาเพื่อให้อิสราเอลและกลุ่มฮามาสบรรลุข้อตกลง ปล่อยตัวประกันราว 240 คน ที่มีทั้งชาวอิสราเอลและชาวต่างชาติ


ทั้งนี้ ล่าสุดกลุ่มฮามาสปรับเปลี่ยนเงื่อนไขหลักของการเจรจา จากการให้อิสราเอลเปิดทางการลำเลียงเชื้อเพลิงเข้าสู่ฉนวนกาซา เป็นการที่อิสราเอลต้องหยุดยิง 5 วัน เพื่อแลกกับอิสรภาพของตัวประกันสูงสุด 70 คน


ขณะที่แหล่งข่าวในกลุ่มฮามาสอ้างว่า อิสราเอลยื่นข้อเสนอ ให้กลุ่มฮามาสปล่อยตัวประกัน 100 คน แล้วอิสราเอลจะปล่อยเด็กชาวปาเลสไตน์ 200 คน และหญิง 75 คน เป็นการแลกเปลี่ยน


อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล และนายโยอาฟ กัลลันต์ รมว.กลาโหมอิสราเอล ยังคงยืนยันว่า จะไม่มีการหยุดยิงเพื่อแลกกับตัวประกัน และกลุ่มฮามาสต้องปล่อยตัวประกันทุกคน “โดยไม่มีเงื่อนไข”.

เครดิตภาพ : AFP