สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่าสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) รายงานว่า การสู้รบรุนแรงระหว่างกองทัพเมียนมากับพันธมิตรกองกำลังชาติพันธุ์ทางตอนเหนือ ในรัฐฉาน รัฐชิน รัฐกะยา รัฐมอญ และภูมิภาคสะกาย ที่ปะทุเมื่อวันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 200,000 คน ต้องพลัดถิ่นที่อยู่อาศัย


รายงานของโอซีเอชเอระบุด้วยว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 75 ราย รวมถึงเด็ก เสียชีวิตจากการสู้รบครั้งนี้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 94 คน อย่างไรก็ตาม สถิติดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ยังไม่มีแนวโน้มคลี่คลาย

ประชาชนต่อแถวรับอาหารและสิ่งของบรรเทาทุกข์ ที่ลานวัดแห่งหนึ่ง ในเมืองล่าเสี้ยว ของรัฐฉาน


ด้านนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องการหยุดยิง และการให้ความคุ้มครองพลเรือนในพื้นที่ประสบภัย ที่รวมถึงการเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม


ขณะที่รัฐบาลทหารเมียนมาและบรรดากองกำลังชาติพันธุ์ยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ ต่อรายงานของโอซีเอชเอ


ทั้งนี้ กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) รวมตัวกันเปิดฉากปฏิบัติการ “1027” ต่อต้านกองทัพเมียนมา ในรัฐฉาน โดยรหัสปฏิบัติการมาจากเดือน 10 คือเดือนต.ค. และวันที่ 27 คือวันเริ่มการโจมตี

นักรบกองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) ยืนรักษาการณ์บนถนนสายหนึ่ง ที่เมืองน้ำคำ ในรัฐฉาน ทางตอนเหนือของเมียนมา


ตอนนี้ เอ็มเอ็นดีเอเออ้างการปิดล้อมเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งเป็นเมืองเอกของภูมิภาคโกก้าง ในรัฐฉาน ที่อยู่ห่างจากพรมแดนจีนประมาณ 3 กิโลเมตร โดยอยู่ระหว่างเตรียมการขั้นต่อไป เพื่อกระชับพื้นที่และยึดเมืองกลับคืนจากกองทัพเมียนมา แต่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะเริ่มเมื่อใด ซึ่งเอ็มเอ็นดีเอเอยืนยัน การให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่


อนึ่ง กองทัพเมียนมาภายใต้การนำของพล.อ.มิน อ่อง หล่าย ขับเอ็มเอ็นดีเอเอออกจากเมืองเล่าก์ก่าย เมื่อปี 2552 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน เมืองแห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์กลาง” ของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ซึ่งมีการล่อลวงประชาชนจากทั้งในจีน และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

เครดิตภาพ : AFP