เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นให้ ป.ป.ช. ทบทวนมติยกคำร้องกรณีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีต รมว.คมนาคม ใช้นอมินีถือหุ้นแทน ว่า จริงๆ เราก็มีการหารือกันข้างหลังผ่านกลไกวิปฝ่ายค้านมาโดยตลอดอยู่แล้ว เท่าที่ทราบมา สส.พรรคประชาธิปัตย์บางส่วนก็พร้อมที่จะลงชื่อร่วมกับพรรคประชาชน ตอนนี้ก็กำลังอยู่ในกระบวนการรวบรวมรายชื่ออยู่ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญต้องใช้ 140 เสียง เพื่อเสนอต่อประธานรัฐสภาต่อไป

เรื่องนี้เราต้องทำร่วมกันอยู่แล้ว รวมถึงกระบวนการยกร่างคำร้องก็อยู่ระหว่างกระบวนการ โดยทีมกฎหมายของพรรคประชาชน เป็นเจ้าภาพในการยกร่าง ซึ่งสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์แถลงมี 2 ส่วนคือเรื่อง ป.ป.ช. กับกรณี พ.ร.ก.กู้เงิน ซึ่งเตรียมดำเนินร่วมกัน

เมื่อถามว่าการที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาแถลงทั้ง 2 เรื่องก่อน เป็นการชิงบทบาทนำฝ่ายค้านหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนคิดว่าทั้งเรื่อง ป.ป.ช. และ พ.ร.ก.กู้เงิน ก็ต้องแยกเรื่องกัน และตามรัฐธรรมนูญก็ต้องอาศัยเสียงของพรรคฝ่ายค้านด้วยกัน ดังนั้นจึงคิดว่าการทำหน้าที่ของพรรคฝ่ายค้าน ทุกคนสามารถทำหน้าที่ตรวจสอบได้ แต่สุดท้ายถ้าจะขับเคลื่อนได้ตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญคือมีพลังและรัฐบาลฟังเสียง บางอย่างก็ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมๆ กัน พรรคประชาชน ก็ไม่ได้เห็นต่างในเรื่องของ ป.ป.ช. ที่ต้องได้ 140 เสียง เพื่อยื่นต่อประธานสภาในคดีนายศักดิ์สยาม

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของ พ.ร.ก.กู้เงิน น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน พูดไปก่อนหน้านี้แล้วว่า หากรัฐบาลแยกก้อน (2 แสนล้านใช้ไทยช่วยไทยพลัส อีก 2 แสนล้านทำโครงการด้านพลังงาน) ตั้งแต่แรกก็คงไม่มีปัญหา แต่พอรวมก้อนกันกู้ ทำให้เราต้องมาตัดสินใจชั่งน้ำหนัก เพราะส่วนหนึ่งพี่น้องประชาชนก็เดือดร้อนกับวิกฤติพลังงานที่เกิดขึ้น แต่ถ้าร่าง พ.ร.ก.กู้เงิน เข้ามาที่สภา พรรคประชาชนก็พร้อมอภิปรายส่วนนี้ เพื่อตั้งข้อซักถามต่อรัฐบาลอยู่แล้ว.