เมื่อใดก็ตามที่ร่างกายได้รับน้ำไม่เพียงพอ กระบวนการนี้จะได้รับผลกระทบโดยตรง และกลายเป็นจุดเริ่มต้น ของปัญหาสุขภาพร้ายแรง หน้าที่ของน้ำในการเจือจางสารตกค้างในไต

ไตทำหน้าที่เปรียบเสมือนเครื่องกรองน้ำประจำร่างกาย  มีหน้าที่คอยกรองของเสีย แร่ธาตุส่วนเกิน และสารพิษออกจากกระแสเลือดเพื่อขับออกทางปัสสาวะ

น้ำเปล่ามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการเป็น “ตัวทำละลาย ที่ช่วยเจือจาง ความเข้มข้นของสารประกอบต่าง ๆ เช่น แคลเซียม ออกซาเลต และกรดยูริก หากร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอ สารเหล่านี้ จะถูกขับออกไปได้อย่างราบรื่น แต่เมื่อขาดน้ำ ปริมาณปัสสาวะจะลดลง และมีความเข้มข้นสูงขึ้น สารตกค้างเหล่านี้จึงมีโอกาส สัมผัสและจับตัวกัน เป็นผลึกแข็ง ฝังตัวอยู่ ตามเนื้อเยื่อของไต และลุกลามกลายเป็นก้อนนิ่วในที่สุด

สัญญาณเตือนจากปัสสาวะที่บ่งบอกว่าคุณดื่มน้ำน้อยเกินไป การสังเกตปัสสาวะของตนเอง เป็นวิธีคัดกรองเบื้องต้นที่แม่นยำที่สุด ร่างกายมักจะส่งสัญญาณเตือนให้ทราบล่วงหน้า ก่อนที่นิ่วจะก่อตัวขึ้น โดยสามารถสังเกตได้จากลักษณะดังต่อไปนี้

1. สีของปัสสาวะ หากมีสีเหลืองเข้มคล้ายสีน้ำชา หรือสีอำพัน แสดงว่าร่างกายกำลังเข้าสู่ภาวะขาดน้ำปัสสาวะที่สุขภาพดีควรมีสีเหลืองอ่อนใสคล้ายสีของฟางข้าว

2. กลิ่น ปัสสาวะที่มีกลิ่นฉุนจัดหรือกลิ่นแอมโมเนียรุนแรง บ่งบอกถึงความเข้มข้นของของเสียที่สูงผิดปกติ

3. ปริมาณและความถี่ การเข้าห้องน้ำน้อยกว่า 4-6 ครั้งต่อวัน หรือมีปริมาณปัสสาวะออกน้อยมากในแต่ละครั้งถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องเพิ่มการดื่มน้ำโดยด่วน

4. ลักษณะความขุ่น ปัสสาวะที่มีตะกอนขุ่นขาว อาจเป็นสัญญาณของการตกตะกอนของแร่ธาตุซึ่งเป็นสารตั้งต้นของโรคนิ่ว ประเภทของนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะที่พบบ่อย

โรคนิ่วไม่ได้มีเพียงชนิดเดียว แต่ก้อนผลึกแข็งที่เกิดขึ้นนั้น ประกอบไปด้วยแร่ธาตุ ที่แตกต่างกันไปตามพฤติกรรมการใช้ชีวิต และการกินอาหาร การทำความเข้าใจประเภทของนิ่ว จะช่วยให้สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อป้องกันได้อย่างตรงจุด  นิ่วแคลเซียมออกซาเลต กับพฤติกรรมการกิน นิ่วชนิดนี้พบได้บ่อยที่สุด  คิดเป็นสัดส่วนกว่า 80% ของผู้ป่วยโรคนิ่วทั้งหมด เกิดจากการรวมตัวกันของแคลเซียม และสารออกซาเลตในปัสสาวะ

สาเหตุหลักมักมาจากการบริโภคอาหาร ที่มีสารออกซาเลตสูงเป็นประจำ ร่วมกับการดื่มน้ำน้อย อาหารกลุ่มนี้ได้แก่ ผักโขม ใบชะพลู หน่อไม้ฝรั่ง ช็อกโกแลต ถั่วลิสง และชาเข้มข้น หลายคนมีความเชื่อผิด ๆ ว่าต้องงดอาหารที่มีแคลเซียมเพื่อป้องกันนิ่วชนิดนี้ แต่ในความเป็นจริงทางการแพทย์  การได้รับแคลเซียม จากอาหารในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้แคลเซียม ไปจับกับออกซาเลตในลำไส้ และขับออกทางอุจจาระ ลดปริมาณออกซาเลตที่จะเข้าสู่กระแสเลือดและไปที่ไตได้

การดื่มน้ำให้มากพอ จึงเป็นกุญแจสำคัญ ในการเจือจางแร่ธาตุ ทั้งสองตัวนี้ไม่ให้จับตัวกัน ในระบบทางเดินปัสสาวะ นิ่วจากกรดพายูริกสูง ในกลุ่มคนชอบกินเนื้อสัตว์ นิ่วชนิดกรดยูริก พบได้ประมาณ 5-10% ของผู้ป่วย

มักพบในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบ การกินอาหารที่มีโปรตีนจากเนื้อสัตว์สูง โดยเฉพาะเนื้อแดง เครื่องในสัตว์ และอาหารทะเล รวมไปถึงผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน และผู้ป่วยโรคเกาต์ อาหารเหล่านี้มีสารพิวรีนสูง ซึ่งเมื่อร่างกายเผาผลาญจะทำให้เกิดกรดยูริก หากกรดยูริกมีปริมาณมากเกินไป ประกอบกับปัสสาวะมีความเป็นกรดสูง (pH ต่ำ) และมีปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ

กรดยูริกจะตกตะกอน กลายเป็นก้อนนิ่วได้อย่างรวดเร็ว การดื่มน้ำเปล่าปริมาณมากเพียงพอ  จะช่วยปรับความเป็นกรดด่างของปัสสาวะ ให้สมดุลและช่วยเร่งการขับกรดยูริก ออกจากร่างกาย อันตราย จากการปล่อยให้นิ่วอุดตันในร่างกาย หลายคนอาจมองข้ามความสำคัญ ของการดื่มน้ำและคิดว่านิ่วเป็นเพียงโรค ที่ทำให้เกิดอาการปวดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง หากปล่อยให้นิ่วอุดตันในระบบทางเดินปัสสาวะเป็นเวลานาน โดยไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้  ต้องขอบคุณ”รศ. นพ.ชินเขต เกษสุวรรณ “ สาขาวิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ ภาควิชาศัลยศาสตร์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล  ที่ให้ข้อมูลสำคัญ และช่วยให้รับรู้ผลกระทบจากการดื่มน้ำน้อย.