นายปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส เปิดเผยว่า เอไอเอส ได้มีแผนสนับสนุนกลุ่มนักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ที่ไม่ได้จดนิติบุคคล หรือ ร้านค้า ที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงตั้งแต่สถานการณ์โควิด ด้วยการนำจุดแข็ง 3 ด้านมาสนับสนุน ประกอบด้วย โครงข่ายสื่อสารที่แข็งแกร่ง ทั้งมือถือและเน็ตบ้าน ฐานลูกค้ารวทถึงพันธมิตรผู้ให้บริการโซลูชันและแอปพลิเคชันระดับโลก เพื่อให้ผู้ปนกอบการกลุ่มดังกล่าวสามารถใช้เทคโนโลยี มายกระดับธุรกิจของตนเองได้
“ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีมีมากกว่า 3.18 ล้านราย คิดเป็น 34 % ของ จีดีพี สามารถสร้างงานได้ 12.6 ล้านราย และหากมองในกลุ่มที่ไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลมีถึง 2.35 ล้านราย การจะประสบความสำเร็จได้ต้องมีตลาด การสื่อสาร และเครื่องมือ ที่มีความสำคัญ ซึ่งทาง เอไอเอส ต้องการนำความแข็งแกร่ง ด้านลูกค้ามือถือที่มีกว่า 45 ล้านราย และ อินเทอร์เน็ตบ้าน 4.5 ล้านราย หลังรวมธุรกิจกับ 3 บีบี และพาร์ทเนอร์ของเอไอเอส เพิ่มโอกาสให้เอสเอ็มอีของไทย”

นายปรัธนา กล่าวต่อว่า นอกจากการนำเครือข่ายมือถือและอินเทอร์เน็ตบ้าน ยังได้ร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ เพื่อสนับสนุน โซลูชันเครื่องมือตัวช่วยทางการตลาดจาก ไม่ว่าจะเป็น ติ๊กต็อก ช้อป ,แคนวา , ไมโครซอฟท์ 365 , ไลน์ แมน แมสเซนเจอร์ , มายออเดอร์ ,ถุงเงิน และ โฟว์ แอคเคานท์ เพื่อการค้าขายบนโลกออนไลน์ให้มีความแข็งแกร่งในการทำธุรกิจ ผ่านแพ็คเกจต่างๆ โดยตั้งเป้าหมายมีส่วนแบ่งทางการตลาดแพ็กเกจสำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีไม่น้อยกว่า 50%

“ จากการสำรวจพบว่าทุกวันนี้ วิถีของคนค้าขายปัจจุบันที่อาจจะมีหน้าร้านขายของ หรือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มองเห็นโอกาส ในการค้าขายและผันตัวสู่การเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ จำนวนมาก โดยไม่ได้จดทะเบียนนิติบุคคล ต่างมีความต้องการเครื่องมือเป็นระบบสื่อสารและบริการที่ชัดเจนและไม่ซับซ้อน ที่เชื่อมต่อ กับ ออนไลน์ แพลตฟอร์ม ที่การไลฟ์ขายของต้องเสถียร พร้อมกับซอฟท์แวร์ โซลูชัน ที่ช่วยบริหารจัดการระบบหลังบ้านได้ด้วยตัวเอง จึงเป็นที่มาของการออกแบบแพ็กเกจ สำหรับกลุ่มคนค้าขายพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์โดยเฉพาะ” นายปรัธนา กล่าว



