สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 16 พ.ย. ว่า กองทัพเมียนมาออกแถลงการณ์ ว่าสถานการณ์สู้รบกับพันธมิตรกองกำลังชาติพันธุ์ ในภูมิภาคทางเหนือของประเทศ ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค. ที่ผ่านมา ทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตามพื้นที่หลายแห่งของรัฐฉาน


กองทัพเมียนมาเน้นย้ำ “การต้านทานและการโต้กลับอย่างสุดความสามารถ” ต่อการโจมตีอของอีกฝ่าย โดยไม่มีการระบุอย่างชัดเจน เกี่ยวกับความสูญเสียของทหารฝ่ายรัฐบาล ทั้งในด้านกำลังพล และจำนวนฐานประจำการที่ถูกยึดไป


ด้านสำนักงานเพื่อการประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (โอซีเอชเอ) รายงานว่า การสู้รบรุนแรงระหว่างกองทัพเมียนมากับพันธมิตรกองกำลังชาติพันธุ์ ที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือ ได้แก่ รัฐฉาน รัฐชิน รัฐกะยา รัฐมอญ และภูมิภาคสะกาย ส่งผลให้ประชาชนมากกว่า 200,000 คน ต้องพลัดถิ่นที่อยู่อาศัย


รายงานของโอซีเอชเอระบุด้วยว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 75 ราย รวมถึงเด็ก เสียชีวิตจากการสู้รบครั้งนี้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกอย่างน้อย 94 คน


ส่วนนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เรียกร้องการหยุดยิง และการให้ความคุ้มครองพลเรือนในพื้นที่ประสบภัย ที่รวมถึงการเปิดทางให้มีการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม


ทั้งนี้ กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (เอ็มเอ็นดีเอเอ) กองทัพปลดปล่อยแห่งชาติท่าอ่าง (ทีเอ็นแอลเอ) และกองทัพอาระกัน (เอเอ) รวมตัวกันเปิดฉากปฏิบัติการ “1027” ต่อต้านกองทัพเมียนมา เริ่มจากในรัฐฉาน โดยรหัสปฏิบัติการมาจากเดือน 10 คือ เดือน ต.ค. และวันที่ 27 คือ วันเริ่มการโจมตี


ตอนนี้ เอ็มเอ็นดีเอเออ้างการปิดล้อมเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งเป็นเมืองเอกของภูมิภาคโกก้าง ในรัฐฉาน ที่อยู่ห่างจากพรมแดนจีนประมาณ 3 กิโลเมตร นอกจากนี้ มีการขยายขอบเขตของปฏิบัติการ ไปยังรัฐชินและรัฐยะไข่ด้วย


อนึ่ง กองทัพเมียนมาภายใต้การนำของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ขับเอ็มเอ็นดีเอเอออกจากเมืองเล่าก์ก่าย เมื่อปี 2552 ปัจจุบัน เมืองแห่งนี้กลายเป็น “ศูนย์กลาง” ของเครือข่ายอาชญากรรมออนไลน์ หรือที่เรียกกันว่า “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ซึ่งมีการล่อลวงประชาชนจากทั้งในจีน และอีกหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้.

เครดิตภาพ : AFP