สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองซานฟรานซิสโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายกรัฐมนตรีฟุมิโอะ คิชิดะ ผู้นำญี่ปุ่น พบหารือกันนอกรอบการประชุมสุดยอดผู้นำสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือ เอเปค ที่เมืองซานฟรานซิสโก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้นำญี่ปุ่นกล่าวหลังเสร็จสิ้นการหารือ ว่าได้แสดงความวิตกกังวลอย่างตรงไปตรงมากับผู้นำจีน เกี่ยวกับการที่รัฐบาลปักกิ่งยกระดับกิจกรรมทางทหาร ในบริเวณใกล้กับญี่ปุ่น รวมถึงการฝึกซ้อมรบร่วมกับรัสเซีย และการที่จีนนำทุ่นมาวางเป็นแนวยาว ในทะเลที่ถือเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ (อีอีแซด) ของญี่ปุ่น
Japanese Prime Minister Fumio Kishida tells Chinese President Xi Jinping they should work together for brighter ties, as the two leaders sit down to their first bilateral summit in a year https://t.co/iwnW4Ynixk pic.twitter.com/9bMPFx281E
— Bloomberg TV (@BloombergTV) November 17, 2023
ขณะเดียวกัน คิชิดะเน้นย้ำถึงสันติภาพและเสถียรภาพของบรรยากาศในช่องแคบไต้หวัน เนื่องจากมีความสำคัญอย่างยิ่งกับประชาคมโลก รวมถึงญี่ปุ่น
ตามด้วยการที่ผู้นำญี่ปุ่นเรียกร้องโดยตรงกับผู้นำจีน ในการให้รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกมาตรการแบนอาหารทะเลของญี่ปุ่น ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา หรือนับตั้งแต่วันที่เริ่มมีการปล่อยน้ำบำบัดออกจากโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ และขอให้จีนดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยคำนึงถึงหลักวิทยาศาสตร์เป็นสำคัญ
นอกจากนี้ คิชิดะหยิบยกประเด็นเกี่ยวกับการที่จีนจับกุมพลเมืองญี่ปุ่นอย่างน้อย 17 คน นับตั้งแต่กฎหมายต่อต้านการจารกรรมฉบับใหม่ของรัฐบาลปักกิ่ง มีผลบังคับใช้ เมื่อปี 2558
ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ว่า ทั้งสองประเทศควรให้ความสำคัญกับการรักษา และสร้างเสริมความสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับช่วงเวลา และการจัดการกับความเห็นที่แตกต่าง บนแนวทางอันสมดุล
อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับการที่จีนแบนอาหารทะเลญี่ปุ่น จากความขัดแย้งเรื่องน้ำบำบัดของโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะ สีกล่าวว่า การปล่อยน้ำดังกล่าว “ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษยชาติ”
อนึ่ง การพบหารือระหว่างประธานาธิบดีจีนกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นครั้งนี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี หรือตั้งแต่การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเดือนพ.ย. 2565.
เครดิตภาพ : AFP



