สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า นายไอย์มาน ซาฟาดี รมว.การต่างประเทศจอร์แดน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลอัมมานยังคงมีคำถามเกี่ยวกับ “เป้าหมายที่แท้จริง” ของอิสราเอล
รัฐมนตรีของจอร์แดนกล่าวต่อไปว่า แม้อิสราเอลประกาศว่า ต้องการ “กวาดล้าง” อีกฝ่าย แต่การที่กลุ่มฮามาสมีสมาชิกจำนวนมาก จึงยังคงเป็นคำถามว่า แล้วอิสราเอลจะบรรลุเป้าหมายที่ว่านั้นได้อย่างไร
#Jordan minister doubts #Israel can wipe out #Hamas, says his country will do 'whatever it takes' to stop displacement of #Palestinians https://t.co/nuoy8W48cC pic.twitter.com/BPOiIGuAUG
— Arab News (@arabnews) November 18, 2023
ขณะเดียวกัน ซาฟาดียืนยันว่า จอร์แดน “จะดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็น” เพื่อหยุดยั้งการหลั่งไหลข้ามพรมแดน ของคลื่นผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ และความมั่นคงภายในของจอร์แดนเช่นกัน
ทั้งนี้ จอร์แดนเพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ยุติแผนการแลกเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับน้ำทะเลกลั่นจืดจากอิสราเอล ซึ่งเดิมทีทั้งสองประเทศมีกำหนดลงนามร่วมกัน เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากอิสราเอล “สร้างบรรยากาศแห่งความเกลียดชัง ในระดับที่ไม่สามารถมีความสัมพันธ์อย่างสันติร่วมกันได้อย่างปกติอีกต่อไป”
อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศจอร์แดน ประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ เรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับจากกรุงเทลอาวีฟ “ทันที” ความเคลื่อนไหวของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจองตะวันออกกลาง มีแนวโน้มสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักทางการทูตต่ออิสราเอล เนื่องจากจอร์แดนเป็นประเทศที่สองในโลกอาหรับ ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เมื่อปี 2537 ต่อจากอียิปต์ เมื่อปี 2522
นอกจากนี้ จอร์แดนยังมีสถานะเป็น “ผู้พิทักษ์” ศาสนสถานหลายแห่ง ในเขตตะวันออกของนครเยรูซาเลม พื้นที่พิพาทสำคัญระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ด้วย.
เครดิตภาพ : AFP



