สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอัมมาน ประเทศจอร์แดน เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ว่า นายไอย์มาน ซาฟาดี รมว.การต่างประเทศจอร์แดน กล่าวถึงสถานการณ์สู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค. ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลอัมมานยังคงมีคำถามเกี่ยวกับ “เป้าหมายที่แท้จริง” ของอิสราเอล


รัฐมนตรีของจอร์แดนกล่าวต่อไปว่า แม้อิสราเอลประกาศว่า ต้องการ “กวาดล้าง” อีกฝ่าย แต่การที่กลุ่มฮามาสมีสมาชิกจำนวนมาก จึงยังคงเป็นคำถามว่า แล้วอิสราเอลจะบรรลุเป้าหมายที่ว่านั้นได้อย่างไร


ขณะเดียวกัน ซาฟาดียืนยันว่า จอร์แดน “จะดำเนินการทุกวิถีทางที่จำเป็น” เพื่อหยุดยั้งการหลั่งไหลข้ามพรมแดน ของคลื่นผู้อพยพชาวปาเลสไตน์ เนื่องจากเป็นสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพ และความมั่นคงภายในของจอร์แดนเช่นกัน


ทั้งนี้ จอร์แดนเพิ่งประกาศเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า ยุติแผนการแลกเปลี่ยนพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับน้ำทะเลกลั่นจืดจากอิสราเอล ซึ่งเดิมทีทั้งสองประเทศมีกำหนดลงนามร่วมกัน เมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากอิสราเอล “สร้างบรรยากาศแห่งความเกลียดชัง ในระดับที่ไม่สามารถมีความสัมพันธ์อย่างสันติร่วมกันได้อย่างปกติอีกต่อไป”


อนึ่ง กระทรวงการต่างประเทศจอร์แดน ประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ เรียกตัวเอกอัครราชทูตกลับจากกรุงเทลอาวีฟ “ทันที” ความเคลื่อนไหวของจอร์แดน ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศมหาอำนาจองตะวันออกกลาง มีแนวโน้มสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนักทางการทูตต่ออิสราเอล เนื่องจากจอร์แดนเป็นประเทศที่สองในโลกอาหรับ ซึ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับอิสราเอล เมื่อปี 2537 ต่อจากอียิปต์ เมื่อปี 2522


นอกจากนี้ จอร์แดนยังมีสถานะเป็น “ผู้พิทักษ์” ศาสนสถานหลายแห่ง ในเขตตะวันออกของนครเยรูซาเลม พื้นที่พิพาทสำคัญระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ด้วย.

เครดิตภาพ : AFP