สำนักข่าวเอเอฟพี รายจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีของไต้หวัน ในวันที่ 13 ม.ค. 2567 เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลปักกิ่ง เพิ่มแรงกดดันทางทหารและการทูตต่อรัฐบาลของประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ผู้นำไต้หวันคนปัจจุบัน ตลอดจนตำหนิการจับคู่ระหว่างไล่ กับเซียว ในฐานะ “คู่หูเอกราช”

เซียว วัย 52 ปี ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตโดยพฤตินัยของรัฐบาลไทเป ประจำสหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2563 และได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางจากรัฐบาลวอชิงตัน ในฐานะนักการทูตที่มีความสัมพันธ์ดี และรอบรู้ แต่ในทางตรงกันข้าม ทางการจีนมองว่า เธอเป็น “คนหัวรั้นที่สนับสนุนเอกราช” อีกทั้งรัฐบาลปักกิ่งยังเคยคว่ำบาตรเธอมาแล้วถึง 2 ครั้ง

“ฉันคิดว่าการทูตเป็นเหมือนการเดินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะคุณต้องระมัดระวังในทุกย่างก้าว” เซียว กล่าว

ขณะที่ ไล่ ซึ่งเรียกเซียวว่าเป็น “นักรบเพื่อประชาธิปไตย” เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการมี “ผู้นำที่มั่นคง” โดยทั้งสองคนลงสมัครรับเลือกตั้ง ในนามตัวแทนพรรคดีพีพี ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของไต้หวัน

นายไล่ ชิง-เต๋อ รองประธานาธิบดีไต้หวัน (ซ้าย) และนางเซียว เหม่ย-ฉิน ผู้แทนสาธารณรัฐจีนประจำกรุงวอชิงตัน (ขวา) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) ร่วมแสดงเอกสารรับรอง ภายหลังการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีของไต้หวัน ปี 2567 ที่กรุงไทเป

แม้สหรัฐไม่ยอมรับไต้หวันในเชิงการทูต แต่รัฐบาลวอชิงตันก็เป็นพันธมิตร และผู้จัดหาอาวุธรายสำคัญที่สุดของรัฐบาลไทเป ซึ่งไล่ กล่าวเสริมว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเซียวในช่วง 3 ปีที่ผ่านมานั้น เธอทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับไต้หวัน กลายเป็น “ความไว้วางใจซึ่งกันและกันมากที่สุด” ในประวัติศาสตร์

“สำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวไต้หวัน การจับคู่ไล่-เซียว จะเป็นตัวแทนที่แสดงถึงการต่อต้านจีน” นายฉาง ชุน-ห่าว นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยตงไห่ กล่าว “ทั้งสองคนสามารถสร้างผลกระทบอันทรงพลัง ในประเด็นการต่อต้านจีน และการสนับสนุนสหรัฐ อีกทั้งเซียวไม่เพียงเป็นตัวแทนอุดมการณ์ของชาวไต้หวันเท่านั้น แต่เธอยังมีบทบาทในการสนับสนุนสหรัฐด้วย”.

เครดิตภาพ : AFP