สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า รัฐบาลแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ซึ่งเป็นองค์กรการเมืองของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมา ออกแถลงการณ์ว่า กองกำลังกะเหรี่ยงกะยา (เอเค) กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเหรี่ยงแดง (เคเอ็นดีเอฟ) กองกำลังกะเหรี่ยงดาวแดง (เคเอ็นพีแอลเอฟ) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) ซึ่งจับมือเป็นพันธมิตรต่อสู้กับกองทัพเมียนมา ในรัฐกะยา ระงับการสู้รบ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่สหประชาชาชาติ (ยูเอ็น) และองค์กรระหว่างประเทศอีกหลายแห่ง รวม 228 คน อพยพออกจากพื้นที่


แถลงการณ์ของเอ็นยูจีระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ยูเอ็นและจากหน่วยงานอีกหลายแห่ง ได้รับการอพยพไปยังเมืองตองยี เมืองเอกของรัฐฉาน ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของทหารเมียนมา อย่างไรก็ตาม กองทัพเมียนมาและยูเอ็นยังปฏิเสธให้ความเห็นอย่างเป็นทางการ

ประชาชนอพยพออกจากเมืองป๊าวต้อ ในรัฐยะไข่ ทางตะวันตกของเมียนมา ซึ่งเป็นสมรภูมิระหว่างกองทัพกับกองกำลังอาระกัน (เอเอ)


ทั้งนี้ ภูมิภาคทางเหนือของเมียนมา และบางรัฐทางตะวันตก โดยเฉพาะรัฐยะไข่และรัฐชิน ซึ่งมีพรมแดนติดกับบังกลาเทศและอินเดีย เป็นสมรภูมิการสู้รบระหว่างทหารเมียนมากับพันธมิตรกองกำลังชาติพันธุ์หลายกลุ่ม ตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา นอกจากส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต และชาวเมียนมาหลายแสนคนต้องอพยพ พลเมืองต่างชาติของหลายประเทศติดค้างอยู่ท่ามกลางสมรภูมิเช่นกัน


อย่างไรก็ดี การประสานงานระหว่างหลายฝ่าย ช่วยให้มีการอพยพชาวต่างชาติที่ติดค้าง ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย นอกจากนั้นยังมีชาวฟิลิปปินส์ ชาวเวียดนาม และชาวสิงคโปร์ ออกจากพื้นที่สู้รบ ผ่านจากจีนเข้ามายังไทย


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ พร้อมให้ความช่วยเหลือพลเมืองต่างชาติทุกประเทศที่ติดค้างอยู่ท่ามกลางการสู้รบในเมียนมา และเน้นย้ำให้คู่กรณีทุกฝ่ายในเมียนมา หยุดยิงแล้วหันมาเจรจากันให้เร็วที่สุด เพื่อความสงบและผลประโยชน์ของทุกภาคส่วน.

เครดิตภาพ : AFP