นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ เอ็ตด้า เปิดเผยว่า หลังจากที่พ้นกำหนดระยะเวลาการแจ้งข้อมูลการประกอบธุรกิจ สำหรับแพลตฟอร์มดิจิทัลทั่วไป ในวันที่ 18 พ.ย. 66 ตามพระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือ กฎหมาย ดีพีเอส นั้น ปรากฏว่า มีแพลตฟอร์มเข้ามาจดทะเบียนแล้ว 835 แพลตฟอร์ม ครอบคลุมทั้ง 15 ประเภทบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ทั้งไทย-ต่างชาติ ก็ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ สำหรับแพลตฟอร์มที่ยังไม่ได้แจ้งตามกำหนด จะดำเนินการส่งหนังสือแจ้งให้แพลตฟอร์มดิจิทัลเร่งชี้แจงเหตุผลของการไม่ดำเนินการแจ้งข้อมูลตามระยะเวลาที่กำหนด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป
“การให้แพลตฟอร์มเข้ามาจดแจ้งถือเป็นจุดสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่าง เอ็ตด้า และแพลตฟอร์มดิจิทัล ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดแนวทาง มาตรการในการดูแล ช่วยเหลือ แก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้งานจากผู้ใช้บริการ และนำไปสู่การยกระดับการให้บริการของแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีความโปร่งใส และเป็นธรรมมากขึ้น มุ่งเน้นความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้บริการ ที่จะเป็นอีกหนึ่งกลไกในการช่วยเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันทางดิจิทัลของประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน”
นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินการหลังจากนี้ ทางเอ็ตด้า จะวิเคราะห์ข้อมูลจากแพลตฟอร์มเพิ่มเติม เพื่อจัดกลุ่มธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อพิจารณาดูว่า แพลตฟอร์มที่แจ้งข้อมูลใดบ้างที่เข้าข่ายบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีลักษณะเฉพาะตามความเสี่ยง และมีผลกระทบในระดับสูง และเตรียมให้เครื่องหมายสำหรับแพลตฟอร์มที่ได้มีการแจ้งข้อมูล เพื่อสร้างการรับรู้ และความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแพลตฟอร์มต่างชาติรายใหญ่ๆ ได้เข้ามาจดแจ้งกับทางเอ็ตด้าเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก กูเกิล ไลน์ ติ๊กต็อก แกร็บ ช้อปปี้ ลาซาด้า ฯลฯ



