นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯกทม.กล่าวภายหลังแถลงข่าวเทศกาลลอยกระทงกรุงเทพมหานคร ประจำปี 2566 ว่า งานลอยกระทงปีนี้มีการกล่าวถึงอยู่ 2 ประเด็น คือเรื่องวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการจัดงานลอยกระทงครั้งนี้ จึงมี 3 ภารกิจหลักที่สำคัญ เพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงได้ด้วย โดยภารกิจแรก คือการจัดกิจกรรมตามประเพณีนิยม สืบสานวัฒนธรรมลอยกระทง

ภารกิจด้านความปลอดภัย เนื่องจากท่าน้ำหลายท่าไม่ได้ถูกใช้มานาน ไม่พร้อมสำหรับการใช้งาน แต่วันลอยกระทงผู้คนจะเข้าสู่แม่น้ำ จึงต้องมีการตรวจโป๊ะ ท่าน้ำ และความปลอดภัยบริเวณสถานที่จัดงานลอยกระทงที่จะจัดขึ้น โดยสำนักกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สำนักการจราจรและขนส่ง (สจส.) และสำนักเทศกิจ เข้ามาดูแลความปลอดภัย

ด้านภารกิจสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานครมีการ ”รณรงค์ 3 ปลอด” ปลอดแรก คือปลอดวัสดุที่ไม่เป็นธรรมชาติ ปลอดที่ 2 คือปลอดโป๊ะที่ไม่เรียบร้อย และปลอดที่ 3 คือปลอดโคมไฟ พลุ

รองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเพิ่มว่า ปีนี้จะเป็นปีแรกที่มีการลอยกระทงออนไลน์เกิดขึ้นที่คลองโอ่งอ่าง เป็นการลอยกระทงแบบดิจิทัลบนผืนน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับประชาชน ทั้งนี้มีการจัดงานลอยกระทงในกทม.มากกว่า 79 แห่ง เชื่อว่าจะเป็นงานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดี ในส่วนของกทม. กำหนดจัดงานลอยกระทงใน 2 พื้นที่หลัก ได้แก่ บริเวณใต้สะพานพระราม 8 เขตบางพลัด และคลองโอ่งอ่าง เขตพระนคร รวมทั้งเปิดพื้นที่สวนสาธารณะ 34 แห่ง ให้ลอยกระทงได้

ภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนสูงสุด โดยตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมปริมาณคนในแต่ละพื้นที่ไม่ให้หนาแน่นเกินไป มีการจัดตั้งจุดเข้า-ออกชัดเจน บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน เช่น กองบังคับการตำรวจน้ำกองบัญชาการตำรวจนครบาล หน่วยงานความมั่นคง กรมเจ้าท่า และภาคีเครือข่ายต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยให้ประชาชน โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันอุบัติเหตุและอุบัติภัย ตลอดจนการควบคุม การจำหน่ายและการเล่นพลุ ดอกไม้ไฟและออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่องมาตรการป้องกันอันตรายจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกันในช่วงวันลอยกระทง ห้ามมิให้จุดพลุ ประทัด และห้ามปล่อยโคมลอย หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
รณรงค์ลอยกระทงปลอดเหล้า รวมทั้งให้ประชาชนใช้วัสดุธรรมชาติในการทำกระทง เพื่อลดปริมาณขยะและช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รองผู้ว่ากทม. ยังกล่าวถึงการตรวจโป๊ะและท่าเรือเพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวว่า น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. ร่วมกับสปภ.ตรวจสอบโป๊ะ ท่าเรือแล้ว ย้ำว่ามีความพร้อม 100% วันงานจะมีเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลด้วย โดยโป๊ะหรือท่าเรือใดที่ไม่ผ่านมาตรฐานก็จะไม่เปิดให้ใช้งาน ซึ่งจุดใดไม่เปิดให้ใช้งานจะมีป้ายสัญลักษณ์แจ้งเตือนไว้

โดยจุดที่คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ได้แก่ สะพานพระราม 8 คลองผดุงกรุงเกษม คลองโอ่งอ่าง และวัดอรุณฯ ซึ่งกทม.จะจัดกำลังเจ้าหน้าที่เทศกิจดูแลเป็นพิเศษ ขณะที่การตรวจพลุและประทัด จะไม่อนุญาตให้จุดเด็ดขาด โดยประชาชนที่พบเห็นสามารถแจ้งไปที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่เทศกิจได้.