นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานเปิดขบวนแห่โคมยี่เป็ง และร่วมงานพิธีถวายโคมแสนดวง “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” โดยมีพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัดลำพูน นางศศิฑอณร์ สุวรรณมณี หัวหน้าผู้ตรวจราชการ วธ. นายอนุพงษ์ วาวงศ์มูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน นางสุภัทร กิจเวช ผู้ช่วยปลัด วธ. นายพงษ์เทพ มนัสตรง ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน ผู้บริหาร วธ. หัวหน้าส่วนราชการ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดภาคเหนือ วัฒนธรรมจังหวัดเขตภาคเหนือ เข้าร่วมบริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน เมื่อวันที่ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา

ปลัด วธ. กล่าวว่า รัฐบาลมุ่งขับเคลื่อน Soft Power โดยเฉพาะด้านเฟสติวัลเทศกาลประเพณีและด้านท่องเที่ยว สอดคล้องกับเป้าหมายของ วธ.ที่ต้องการยกระดับเทศกาลประเพณีของไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ ส่งเสริมคุณค่าเทศกาลประเพณีของชาติและเทศกาลอื่นๆ ด้านวัฒนธรรมเพื่อให้ประเทศไทยเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สร้างรายได้เข้าสู่ประเทศ ในปี 2566 นี้ วธ. โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลำพูน จึงบูรณาการความร่วมมือกับวัดพระธาตุหริภุญชัย สภาวัฒนธรรม หน่วยงานภาครัฐและเอกชน รวมทั้งภาคีเครือข่ายในพื้นที่ จัดพิธีถวายโคมแสนดวง “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 4 ต.ค.–27 พ.ย. บริเวณลานวัดพระธาตุหริภุญชัย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาแก่องค์พระธาตุหริภุญชัยในประเพณียี่เป็งของทุกปี ซึ่งปีนี้จัดยิ่งใหญ่มีการประดับโคมยี่เป็งกว่าแสนดวง และการประกวดโคมไฟ ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้มารับชมความงดงามเทศกาลประเพณีที่มีโคมล้านนาเป็นเอกลักษณ์ของชาวลำพูน

นางยุพา กล่าวต่อไปว่า การจัดงานประจำปีโคมแสนดวงที่ลำพูนนี้ ถือเป็น 1 ใน 16 เทศกาลประเพณีที่ วธ. ยกระดับสู่ระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งการจุดโคมไฟถวายองค์พระธาตุเจ้าหริภุญชัยมีมาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันเป็นการแขวนโคมพร้อมดวงไฟ หมายถึงการแสดงออกถึงการเคารพบูชา เพื่อให้เห็นในความสว่างของพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นบารมีอันสูงส่งตามคติความเชื่อของชาวล้านนา นับเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน ปัจจุบันการถวายประทีปโคมไฟได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่อง โดยวัดพระธาตุหริภุญชัยขยายพื้นที่จัดการตกแต่งการแขวนโคม ใส่ดวงไฟเข้าไปในโคมให้สวยงาม รวมทั้งการให้ประชาชนทั่วประเทศมีส่วนร่วมถวายประทีปโคมไฟ ทำให้เป็นที่รู้จักของประชาชนทั่วประเทศในชื่อ “เทศกาลโคมแสนดวงที่เมืองลำพูน” ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในจังหวัดลำพูนและสร้างรายได้แก่ชุมชน