สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 29 พ.ย. ว่า องค์การนิทรรศการนานาชาติ (บีไออี) ซึ่งมีสมาชิก 182 ประเทศ จัดการลงมติเลือกเจ้าภาพ “เวิลด์เอ็กซ์โป 2030” หรือ “เอ็กซ์โป 2030” หรือ “นิทรรศการโลก” ประจำปี 2573 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเมืองที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย 3 แห่ง ได้แก่ กรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ และกรุงโรม ประเทศอิตาลี


ผลการลงคะแนนปรากฏว่า กรุงริยาดได้รับคะแนนเสียงสนับสนุนมากที่สุด 119 คะแนน ตามด้วยเมืองปูซาน 29 คะแนน และกรุงโรม 17 คะแนน ซึ่งการที่เมืองหลวงของซาอุดีอาระเบียได้รับเสียงสนับสนุนเกินสองในสาม ตั้งแต่การลงคะแนนรอบแรก จึงไม่จำเป็นต้องมีการลงคะแนนรอบที่สอง


ทั้งนี้ เอ็กซ์โป 2030 จะเกิดขึ้นระหว่างเดือน ต.ค. 2573 ถึงเดือน มี.ค. 2574 ต่อจากเมืองโอซากาของญี่ปุ่น ซึ่งจะเป็นเจ้าภาพเอ็กซ์โป 2025 ระหว่างวันที่ 13 เม.ย.-13 ต.ค. 2568 โดยกรุงริยาดจะใช้ธีม “The Era of Change: Together for a Foresighted Tomorrow” หรือ “ยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง : มองการณ์ไกลร่วมกันไปสู่วันพรุ่งนี้”


การได้เป็นเจ้าภาพเอ็กซ์โป ในปี 2030 หรือ 2573 มีความสำคัญอย่างมากสำหรับซาอุดีอาระเบีย ทั้งในด้านการขับเคลื่อนนโยบาย และการปรับปรุงภาพลักษณ์ของประเทศ โดยปีที่จะมีการจัดงาน ตรงกับชื่อแผนยุทธศาสตร์ “วิสัยทัศน์ 2030” ที่เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ตามพระราขดำริของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารและนายกรัฐมนตรีแห่งซาอุดีอาระเบีย


อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในซาอุดีอาระเบียยังคงเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะการเสียชีวิตของนายจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลริยาด ซึ่งถูกสังหารโหดภายในสถานกงสุลใหญ่ซาอุดีอาระเบีย ที่เมืองอิสตันบูลของตุรกี เมื่อเดือน ต.ค. 2561


อนึ่ง การที่ซาอุดีอาระเบียได้รับการสนับสนุนจากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบีไออี ได้รับการจับตาอย่างมากจากหลายฝ่าย โดยมีรายงานด้วยว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ต้องการความสนับสนุนจากรัฐบาลริยาด ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเลบานอน ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในอาณานิคมของฝรั่งเศส.

เครดิตภาพ : AFP