เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 เมษายน 2569 นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ สั่งการให้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานพลังงานจังหวัดศรีสะเกษ, ตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ, ศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง ภาค 3 (ปนม.ภ.3), สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ, ที่ทำการปกครองอำเภอกันทรารมย์, กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จังหวัดศรีสะเกษ และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ตรวจสอบ
เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโครงสร้างถังเก็บน้ำมัน ระบบพื้นที่โดยรอบ และสอบถามข้อมูลจากผู้ดูแลสถานที่ พบว่าถังน้ำมันทั้ง 10 ถัง อยู่ในสภาพว่างเปล่า ไม่มีการบรรจุน้ำมันหรือสารไวไฟใด ๆ นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเอกสารการประกอบกิจการพบว่า บริษัทได้ยุติการดำเนินกิจการให้เช่าถังน้ำมันในสาขาศรีสะเกษตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2568 และจนถึงปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดเข้ามาเช่าพื้นที่

การตรวจสอบครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของจังหวัด เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการลักลอบเก็บหรือเคลื่อนย้ายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม พร้อมสร้างความโปร่งใสต่อสาธารณชน
ด้านตัวแทนหน่วยงานที่เข้าร่วมตรวจสอบเผยว่า จังหวัดศรีสะเกษให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลสถานประกอบการด้านพลังงานอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุอันตรายหรือเชื้อเพลิง ซึ่งจำเป็นต้องมีมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด และอยู่ภายใต้การควบคุมตามกฎหมาย

“การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่า พื้นที่ดังกล่าวไม่มีความเสี่ยงจากการจัดเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง และไม่มีการดำเนินกิจการใด ๆ ที่อาจก่ออันตราย” ตัวแทนหน่วยงานกล่าว
จังหวัดศรีสะเกษยังคงเดินหน้ามาตรการตรวจสอบเชิงรุกในพื้นที่อื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย และสร้างระบบความปลอดภัยที่ยั่งยืน ประชาชนจึงสามารถมั่นใจได้ว่า คลังน้ำมันแห่งนี้ว่างเปล่า ไม่มีการใช้งาน และไม่ก่อความเสี่ยงต่อชุมชน ขณะที่หน่วยงานภาครัฐจะเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป



